• Finally วีซ่าเราก็ผ่านแล้ววว เย้ๆ 🎉🎉🎉

    วันนี้เลยถือโอกาสมารีวิวเอเจ้นที่เราเลือกใช้บริการ และแชร์ประสบการณ์การขอวีซ่านักเรียน Australia 🇦🇺 🦘 เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่สนใจจะทำเรื่องไปออส หรือประเทศไหนก็ตามที่อยากไปค่ะ

    ก็หลังจากที่สิงอยู่ในกลุ่มนี้ และแอบส่องแอบเก็บข้อมูลมานานพอสมควร อีฉันก็ได้เริ่มลงมือปฏิบัติการเลยจ้าาา 😬 #ต้องขอบพระคุณความรู้ประสบการณ์ของทุกคนที่มาแชร์กันนะคะ 🙏🏻

    🇦🇺ระยะเวลาการรอวีซ่า🇦🇺
    ยื่นวีซ่า 25-10-64
    Biometric 01-11-64
    ตรวจสุขภาพ 04-11-64
    Visa Granted 22-11-64 🎉

    เราลงเรียนคอร์สภาษาอังกฤษพื้นฐาน (General English) ที่สถาบัน MEGA Sydney 1 ปีค่ะ ได้วีซ่ามา 1 ปี กับอีก 8 เดือน 🎊

    ตอนนี้เราอายุ 25 เป็นเด็กต่างจังหวัด ที่พอจบ ปวส. ก็มาหางานทำที่กรุงเทพเลยนุด ชีวิตนี้ไม่เคยไปเที่ยว หรือเรียนต่อต่างประเทศมาก่อนนะคะ พาสปอร์ตก็คือไม่มีตราประทับของประเทศใดๆทั้งนั้นจ้าาา จนมันจะหมดอายุอยู่แล้วเด้อออ 😆

    เราเลือกใช้บริการจากเอเจ้น Step Abroad Education & Visa Specialist - เรียนต่อและทำงาน ออสเตรเลีย พี่บุ๋มและพี่ๆทีมงานคือดีมากๆค่ะ มีคำถามหรือสงสัยอะไรถามได้หมดเลยค่ะ พี่เขาไม่เคยหายไปไหน มีอัพเดทให้ตลอด คือเราใจฟูมาก ชอบการบริการของที่นี่มาก 😍 (ก่อนที่เราจะตัดสินใจทำเรื่องต่อกับพี่บุ๋ม คือเราอกหักมาจากอีกเอเจ้นน่ะค่ะ ตอนแรกก็คุยกับพี่บุ๋ม แต่ก็เลือกไปทำกับอีกเอเจ้น สุดท้ายแล้วก็กลับมาซบอกพี่บุ๋มอีกครั้งจ้าาา) 😅

    เราเริ่มกลับไปปรึกษากับพี่บุ๋มช่วงประมาณวันที่ 27 กันยา ระยะเวลาดำเนินเรื่องและรอผลวีซ่าไม่ถึง 3 เดือนด้วยซ้ำอ่ะ คือมันเร็วมาก เร็วกว่าที่คิดไว้เยอะเลย แต่ช่วงเวลา 3 เดือน เราเองก็ต้องพยายามกันเต็มที่ ทั้งเอเจ้นและตัวเราเอง เวลาพี่เขาขอเอกสาร หรือขอความร่วมมือ อะไรใดๆก็ตาม คือเรารีบจัดหามาให้พี่เขาเลยค่ะ ไม่เคยโอ้เอ้ลีลา เพราะเรารู้สึกว่าทุกอย่างที่พี่เขาขอคือมันจำเป็นหมด

    บอกเลยว่าแรกๆก็กลัวและกังวลมากๆว่าวีจะผ่านมั้ย ด้วยประวัติ ด้วยความที่ตัวเองก็จบมาหลายปีแล้ว แล้วอยู่ๆก็จะทำเรื่องไปเรียนต่อ กลัวอิมเขาจะไม่ให้ผ่าน กลัวเพราะเหตุผลมันฟังไม่ขึ้นอะไรประมาณนี้ 😅

    แต่ด้วยความกลัวนั้นแหละค่ะ ที่ทำให้เราทำการบ้านได้ดีมากขึ้น ทำให้เราเตรียมตัวที่จะไฟท์กับอิม เอเจ้นก็จะหาพยายามหาเหตุผลต่างๆ ช่องโหว่ต่างๆ ที่อิมอาจจะหยิบยกมาเป็นประเด็นที่ไม่ให้วีผ่าน เคสของเราเอกสารอาจจะเยอะนิดนึง ไหนจะของตัวเองและของสปอนเซอร์อีก (พี่ชาย) คืออิมเขาจะขอไม่ขอไม่รู้แหละ แต่เตรียมไว้ก่อน #ปลอดภัยไว้ก่อน 😬

    การเขียน GTE ก็เริ่ดเหมือนกันค่ะ เอเจ้นเขียนมาละเอียดยิบเลย ตั้งแต่เรียนจบมา ทำงานอะไรมาบ้าง ปัจจุบันทำอะไร ทำไมจึงมีความจำเป็นที่ต้องไปเรียนต่อที่ออส เหตุผล แพลนต่างๆ รวมถึงตัวสปอนเซอร์ด้วย

    ของเราทางเอเจ้นให้เข้าอบรมคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์เพื่อขอใบเซอร์แนบประกอบการยื่นวีซ่าด้วย ซึ่งคอร์สนี้ทางเอเจ้นจะเป็นคนแนะนำให้ค่ะ เราแค่เข้าไปเรียน ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ 👍

    ก็หลังจากที่ทำการเตรียมเอกสาร 108 พันอย่างเรียบร้อยแล้ว ทำการสมัครเรียน รอทาง รร. ตอบรับเราเข้าเรียน จ่ายค่าเทอม รอใบ COE ทุกอย่างพร้อม ก็ถึงเวลากดยื่นวีซ่าแล้วจ้าาา โคตรตื่นแต๋วววว พี่เอเจ้นมีแซวๆด้วยว่ามีกฤษ์งามยามดีมั้ย 555 มันคือการยื่นขอวีซ่าครั้งแรกในชีวิตเราเลยนุด กระโดดตบไป 1 ที 😂

    ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายของเราแบ่งจ่ายเป็น 2 งวดค่ะ งวดแรกเราจ่ายไปประมาณแสนห้า (ตีเป็นเลขกลมๆเนอะ) คือรวมค่ายื่นวีซ่า ค่าประกันสุขภาพ และค่าเทอม 24 สัปดาห์แรก ฯลฯ ส่วนค่าเทอมอีก 24 สัปดาห์ที่เหลือทางโรงเรียนแนะนำว่าสามารถไปจ่ายที่ออสได้ค่ะ

    ของเราไม่ได้ยื่นสเตทเม้นนะคะ แต่ถามว่าเตรียมมั้ย ก็เตรียมค่ะนุด แน่นๆไว้ก่อน 😬 ยื่นไปแค่แบงค์การันตี ที่สำคัญเราไม่โดนทางอิมเรียกสัมภาษณ์ด้วยนะ ในใจคือคิดแล้วว่าต้องโดนแน่ๆเลย อิมคงไม่ปล่อยให้ผ่านไปง่ายๆแน่ๆ พี่บุ๋มก็คือโทรมาซ้อมสัมภาษณ์ให้เราเรียบร้อย บรีฟกันเต็มที่ไปเลยสิค้าบท่าน 😂

    จนในที่สุดวีซ่าเราก็ผ่านนนจนได้นุด 😍

    ทั้งหมดทั้งมวลที่เราเขียนมา เราอยากจะบอกว่าเราเองก็เริ่มมาจาก 0 จริงๆค่ะ จากที่ไม่รู้อะไร ไล่อ่าน ไล่หาข้อมูล ไล่หาเอเจ้น อยู่นานมากๆ จนในที่สุดก็ได้ลงมือทำ แล้วผลของความพยายามและความตั้งใจของเราทั้งหมดที่ทุ่มเทไปนั้น วันนี้มันสำเร็จแล้วค่ะ ดีใจจนร้องไห้ไปเรียบร้อยแล้วค่ะทุกคน 😅

    สุดท้ายนี้ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน ไม่ว่าคนที่กำลังหาข้อมูล หรือกำลังจะยื่นวีซ่า หรือยื่นไปแล้วรอผลอยู่ พยายามและรออีกนิดนะคะ ถ้าล้มก็ลุกขึ้นยืนใหม่ ถอยตั้งหลักกันใหม่ ไม่มีคำว่าสายสำหรับการเริ่มต้นใหม่ แต่มันจะสายถ้าเราไม่ยอมทำอะไรเลย แค่นั่งคิดนอนคิดแล้วไม่ลงมือทำ ทุกอย่างมันก็จะยังเหมือนเดิม ย่ำอยู่กับที่ไปเรื่อยๆ ล่องลอยไปเรื่อยๆ

    มันไม่ได้ง่าย แต่มันก็ไม่ได้ยาก ถ้าเราตั้งใจ พยายามและทำมันให้ออกมาดีที่สุดเท่าที่คนๆนึงจะสามารถทำได้ ✌️

    อาจจะยาวไปนิด แต่ก็ขอบคุณที่อ่านกันจนจบนะคะ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยเนอะ 😅

    หากใครมีคำถาม หรืออยากรู้อะไรเพิ่มเติมที่นอกเหนือจากนี้ ก็เม้นถามหรือ IB มาถามกันได้นะ อันไหนที่เราพอรู้เราจะมาตอบให้ค่ะ 🥰

    Ps. จิงโจ้รอนุดแปป นุดกำลังจะไปหา ✈️
    https://www.facebook.com/groups/4483914944956261/permalink/5091127374235012/
    Finally วีซ่าเราก็ผ่านแล้ววว เย้ๆ 🎉🎉🎉 วันนี้เลยถือโอกาสมารีวิวเอเจ้นที่เราเลือกใช้บริการ และแชร์ประสบการณ์การขอวีซ่านักเรียน Australia 🇦🇺 🦘 เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่สนใจจะทำเรื่องไปออส หรือประเทศไหนก็ตามที่อยากไปค่ะ ก็หลังจากที่สิงอยู่ในกลุ่มนี้ และแอบส่องแอบเก็บข้อมูลมานานพอสมควร อีฉันก็ได้เริ่มลงมือปฏิบัติการเลยจ้าาา 😬 #ต้องขอบพระคุณความรู้ประสบการณ์ของทุกคนที่มาแชร์กันนะคะ 🙏🏻 🇦🇺ระยะเวลาการรอวีซ่า🇦🇺 ยื่นวีซ่า 25-10-64 Biometric 01-11-64 ตรวจสุขภาพ 04-11-64 Visa Granted 22-11-64 🎉 เราลงเรียนคอร์สภาษาอังกฤษพื้นฐาน (General English) ที่สถาบัน MEGA Sydney 1 ปีค่ะ ได้วีซ่ามา 1 ปี กับอีก 8 เดือน 🎊 ตอนนี้เราอายุ 25 เป็นเด็กต่างจังหวัด ที่พอจบ ปวส. ก็มาหางานทำที่กรุงเทพเลยนุด ชีวิตนี้ไม่เคยไปเที่ยว หรือเรียนต่อต่างประเทศมาก่อนนะคะ พาสปอร์ตก็คือไม่มีตราประทับของประเทศใดๆทั้งนั้นจ้าาา จนมันจะหมดอายุอยู่แล้วเด้อออ 😆 เราเลือกใช้บริการจากเอเจ้น Step Abroad Education & Visa Specialist - เรียนต่อและทำงาน ออสเตรเลีย พี่บุ๋มและพี่ๆทีมงานคือดีมากๆค่ะ มีคำถามหรือสงสัยอะไรถามได้หมดเลยค่ะ พี่เขาไม่เคยหายไปไหน มีอัพเดทให้ตลอด คือเราใจฟูมาก ชอบการบริการของที่นี่มาก 😍 (ก่อนที่เราจะตัดสินใจทำเรื่องต่อกับพี่บุ๋ม คือเราอกหักมาจากอีกเอเจ้นน่ะค่ะ ตอนแรกก็คุยกับพี่บุ๋ม แต่ก็เลือกไปทำกับอีกเอเจ้น สุดท้ายแล้วก็กลับมาซบอกพี่บุ๋มอีกครั้งจ้าาา) 😅 เราเริ่มกลับไปปรึกษากับพี่บุ๋มช่วงประมาณวันที่ 27 กันยา ระยะเวลาดำเนินเรื่องและรอผลวีซ่าไม่ถึง 3 เดือนด้วยซ้ำอ่ะ คือมันเร็วมาก เร็วกว่าที่คิดไว้เยอะเลย แต่ช่วงเวลา 3 เดือน เราเองก็ต้องพยายามกันเต็มที่ ทั้งเอเจ้นและตัวเราเอง เวลาพี่เขาขอเอกสาร หรือขอความร่วมมือ อะไรใดๆก็ตาม คือเรารีบจัดหามาให้พี่เขาเลยค่ะ ไม่เคยโอ้เอ้ลีลา เพราะเรารู้สึกว่าทุกอย่างที่พี่เขาขอคือมันจำเป็นหมด บอกเลยว่าแรกๆก็กลัวและกังวลมากๆว่าวีจะผ่านมั้ย ด้วยประวัติ ด้วยความที่ตัวเองก็จบมาหลายปีแล้ว แล้วอยู่ๆก็จะทำเรื่องไปเรียนต่อ กลัวอิมเขาจะไม่ให้ผ่าน กลัวเพราะเหตุผลมันฟังไม่ขึ้นอะไรประมาณนี้ 😅 แต่ด้วยความกลัวนั้นแหละค่ะ ที่ทำให้เราทำการบ้านได้ดีมากขึ้น ทำให้เราเตรียมตัวที่จะไฟท์กับอิม เอเจ้นก็จะหาพยายามหาเหตุผลต่างๆ ช่องโหว่ต่างๆ ที่อิมอาจจะหยิบยกมาเป็นประเด็นที่ไม่ให้วีผ่าน เคสของเราเอกสารอาจจะเยอะนิดนึง ไหนจะของตัวเองและของสปอนเซอร์อีก (พี่ชาย) คืออิมเขาจะขอไม่ขอไม่รู้แหละ แต่เตรียมไว้ก่อน #ปลอดภัยไว้ก่อน 😬 การเขียน GTE ก็เริ่ดเหมือนกันค่ะ เอเจ้นเขียนมาละเอียดยิบเลย ตั้งแต่เรียนจบมา ทำงานอะไรมาบ้าง ปัจจุบันทำอะไร ทำไมจึงมีความจำเป็นที่ต้องไปเรียนต่อที่ออส เหตุผล แพลนต่างๆ รวมถึงตัวสปอนเซอร์ด้วย ของเราทางเอเจ้นให้เข้าอบรมคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์เพื่อขอใบเซอร์แนบประกอบการยื่นวีซ่าด้วย ซึ่งคอร์สนี้ทางเอเจ้นจะเป็นคนแนะนำให้ค่ะ เราแค่เข้าไปเรียน ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ 👍 ก็หลังจากที่ทำการเตรียมเอกสาร 108 พันอย่างเรียบร้อยแล้ว ทำการสมัครเรียน รอทาง รร. ตอบรับเราเข้าเรียน จ่ายค่าเทอม รอใบ COE ทุกอย่างพร้อม ก็ถึงเวลากดยื่นวีซ่าแล้วจ้าาา โคตรตื่นแต๋วววว พี่เอเจ้นมีแซวๆด้วยว่ามีกฤษ์งามยามดีมั้ย 555 มันคือการยื่นขอวีซ่าครั้งแรกในชีวิตเราเลยนุด กระโดดตบไป 1 ที 😂 ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายของเราแบ่งจ่ายเป็น 2 งวดค่ะ งวดแรกเราจ่ายไปประมาณแสนห้า (ตีเป็นเลขกลมๆเนอะ) คือรวมค่ายื่นวีซ่า ค่าประกันสุขภาพ และค่าเทอม 24 สัปดาห์แรก ฯลฯ ส่วนค่าเทอมอีก 24 สัปดาห์ที่เหลือทางโรงเรียนแนะนำว่าสามารถไปจ่ายที่ออสได้ค่ะ ของเราไม่ได้ยื่นสเตทเม้นนะคะ แต่ถามว่าเตรียมมั้ย ก็เตรียมค่ะนุด แน่นๆไว้ก่อน 😬 ยื่นไปแค่แบงค์การันตี ที่สำคัญเราไม่โดนทางอิมเรียกสัมภาษณ์ด้วยนะ ในใจคือคิดแล้วว่าต้องโดนแน่ๆเลย อิมคงไม่ปล่อยให้ผ่านไปง่ายๆแน่ๆ พี่บุ๋มก็คือโทรมาซ้อมสัมภาษณ์ให้เราเรียบร้อย บรีฟกันเต็มที่ไปเลยสิค้าบท่าน 😂 จนในที่สุดวีซ่าเราก็ผ่านนนจนได้นุด 😍 ทั้งหมดทั้งมวลที่เราเขียนมา เราอยากจะบอกว่าเราเองก็เริ่มมาจาก 0 จริงๆค่ะ จากที่ไม่รู้อะไร ไล่อ่าน ไล่หาข้อมูล ไล่หาเอเจ้น อยู่นานมากๆ จนในที่สุดก็ได้ลงมือทำ แล้วผลของความพยายามและความตั้งใจของเราทั้งหมดที่ทุ่มเทไปนั้น วันนี้มันสำเร็จแล้วค่ะ ดีใจจนร้องไห้ไปเรียบร้อยแล้วค่ะทุกคน 😅 สุดท้ายนี้ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน ไม่ว่าคนที่กำลังหาข้อมูล หรือกำลังจะยื่นวีซ่า หรือยื่นไปแล้วรอผลอยู่ พยายามและรออีกนิดนะคะ ถ้าล้มก็ลุกขึ้นยืนใหม่ ถอยตั้งหลักกันใหม่ ไม่มีคำว่าสายสำหรับการเริ่มต้นใหม่ แต่มันจะสายถ้าเราไม่ยอมทำอะไรเลย แค่นั่งคิดนอนคิดแล้วไม่ลงมือทำ ทุกอย่างมันก็จะยังเหมือนเดิม ย่ำอยู่กับที่ไปเรื่อยๆ ล่องลอยไปเรื่อยๆ มันไม่ได้ง่าย แต่มันก็ไม่ได้ยาก ถ้าเราตั้งใจ พยายามและทำมันให้ออกมาดีที่สุดเท่าที่คนๆนึงจะสามารถทำได้ ✌️ อาจจะยาวไปนิด แต่ก็ขอบคุณที่อ่านกันจนจบนะคะ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยเนอะ 😅 หากใครมีคำถาม หรืออยากรู้อะไรเพิ่มเติมที่นอกเหนือจากนี้ ก็เม้นถามหรือ IB มาถามกันได้นะ อันไหนที่เราพอรู้เราจะมาตอบให้ค่ะ 🥰 Ps. จิงโจ้รอนุดแปป นุดกำลังจะไปหา ✈️ https://www.facebook.com/groups/4483914944956261/permalink/5091127374235012/
    0 ความคิดเห็น 0 เเชร์
  • ania Udomsriโยกย้าย มาส่ายสะโพกโยกย้าย

    · 7 ชม. ·
    #ทีมอเมริกา #ทีมออสเตรเลีย #ทีมUX
    สวัสดีค่ะ ชื่อตาลนะคะ ปัจจุบันทำงานสาย UX ที่ Amazon.com ที่ Seattle อเมริกามา 8 ปีจนตอนนี้ได้กรีนการ์ด ก่อนหน้านี้เคยไปอยู่ที่ซิดนีย์ ออสเตรเลียมา 8 ปีจนได้เป็น Australian citizen ด้วยค่ะ
    อยากจะมาแชร์ประสบการณ์จากแง่มุมคนบ้านฐานะปานกลาง ไม่ได้เก่งมากพอที่จะขอทุนได้ ไม่ได้เรียนที่อเมริกา ว่าผ่านอะไรมาบ้างจนมาถึงตรงนี้ได้ คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับคนที่ไม่ได้มีต้นทุนมากแต่เป้าหมายหลักคือมาอยู่ที่อเมริกานะคะ
    🙋🏻‍♀️ สั้นๆ ตรงนี้นะคะ แบบเต็มๆ สนใจอ่านต่อได้ด้านล่างค่ะ หลังจากจบมหาลัยที่ไทยก็
    1. เรียนภาษา + certificate ที่ออสเตรเลีย, ทำงานทุกอย่างที่ทำได้ตั้งแต่ล้างจาน เป็นเด็กเสิร์ฟ จนทำงานนับสต็อกในโรงงานเพื่อเก็บเงินค่าเรียนต่อ
    2. เข้าเรียนโท Computer science ที่ UNSW พร้อมทำงานไปด้วย
    3. เรียนจบได้ทำงานเป็น Web developer จนได้ Australia citizenship
    4. ได้มาทำงานเป็น Front end engineer ที่ Amazon.com แล้วก็เบนเข็มมาสาย UX
    5. ได้กรีนการ์ดที่อเมริกา
    6. สรุปเปรียบเทียบการทำงานสาย IT ระหว่างอเมริกาและออสเตรเลีย
    ———
    อ่านต่อกันยาวๆ ด้านล่างนี้เลยค่ะ
    📖 1. เรียนภาษา + certificate ที่ออสเตรเลีย
    พอจบที่ไทยแล้วก็อยากจะมาต่างประเทศ แต่เนื่องจากที่บ้านไม่ได้มีต้นทุนมากก็ดูหลายๆ ประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักจนมาจบที่ออสเตรเลียเพราะค่าเรียนไม่แพงมาก บินแค่ 9 ชม. และวีซ่านักเรียนสามารถทำงานได้ 20 ชม. ต่อสัปดาห์ ที่เลือกเรียน certificate ก่อนเพราะทางบ้านยังไม่อนุมัติให้เรียนโท
    ตอนมาใหม่ๆ ยอมรับเลยว่าไม่ได้ตั้งใจจะเรียนแต่ตั้งใจทำงานเก็บเงินมากกว่าเพื่อที่จะได้เรียนต่อโท ตอนนี้ทำงานทุกอย่างตั้งแต่ล้างจาน เป็นเด็กเสิร์ฟร้านอาหารไทย จนถึงทำงานนับสต็อกในโรงงาน
    👩🏻‍🎓 2. เรียนโท + ทำงาน
    พอหลังจากจบ certificate หาเงินได้ประมาณนึงก็คุยกับที่บ้าน ขอยืมเงินส่วนต่างเพื่อที่จะเรียนโทต่อที่นี่ หลังจากที่ได้ offer จากมหาลัย UNSW แล้ว ก็ยื่นต่อวีซ่านักเรียนเพื่อเรียนต่อ ระหว่างนี้ก็ยังทำงานอยู่เพื่อหาค่ากินอยู่และผ่อนคืนเงินที่บ้าน แต่จะเริ่มหางานที่ตรงสายแล้ว เนื่องจากเราไม่เคยทำงานด้าน computer science มาก่อน การหางานแรกจะยากมากๆ เราก็เริ่มจากการทำงานฟรีคือเขียนเวปไซต์ ออกแบบโลโก้ ออกแบบโบว์ชัวร์ให้ร้านอาหารไทย ให้บริษัทเล็กๆ เพื่อเก็บ portfolio จนในที่สุดก็ได้งาน part timeให้กับ agency เล็กๆ แบบมีคนทำงาน 4 คน
    👩🏻‍💻🇦🇺 3. ทำงานเป็น Web developer ที่ออสเตรเลีย, ขอ permanent resident ต่อด้วย Australian citizenship
    หลังจากเรียนจบก็พยายามหางาน full time จนมาได้ทำงานเป็น Web developer ใน Agency ขนาดกลางๆ มีพนักงานประมาณ 50 คน ระหว่างก็ขอ permanent resident (PR) ที่ออสนี่สามารถขอเองได้โดยที่ไม่ต้องมีสปอนเซอร์หรือบริษัทขอให้ การขอ PR ที่นี่ถ้า point ถึงก็สามารถขอได้ point นี้จะเป็นการนับคะแนนจากอะไรหลายๆ อย่างเช่นคะแนนสอบ Ielts, อายุ, สาขาที่เรียนจบ, ระดับการศึกษา, และสาขางานที่ทำ ยื่นเรื่องทั้งหมดโดยตัวเองโดยไม่ใช้ทนาย พอได้ PR แล้วก็รออีกสองปีก็ขอ citizenship ได้
    👩🏻‍💻🇺🇸 4. ได้งานที่ Amazon แล้วย้ายมาที่อเมริกา
    ระหว่างทำงานที่ออสก็มีการอัพเดต portfolio และ linkedin อยู่เรื่อยๆ จนในที่สุดมี recruiter จาก Amazon ติดต่อมา (อันนี้บอกตรงๆ ว่าไม่ได้คาดคิด) ว่าจะมี recruiting event ที่ออสแล้วชวนให้เราไปเข้าร่วม ในอีเว้นท์นี้ก็จะมีสองวันค่ะ วันแรกเป็น social event ให้เราไปพบปะพูดคุยกับคนที่ทำงานในอเมซอน และคนที่เป็นคู่แข่งค่ะ วันที่สองสัมภาษณ์งานกันยาวๆ เลย กับคนสัมภาษณ์ 6 คน สัมภาษณ์จบที่นี่รวดเร็วมาก ไม่กี่วัน recruiter ก็ติดต่อกลับมาว่าได้งานแล้ว
    งานแรกที่ทำในอเมซอนเป็น frontend engineer ค่ะ หลังจากนั้นเปลี่ยนสายมาเป็น UX เพราะเหมาะกับตัวเองมากกว่า
    🗽5. วีซ่าทำงานอเมริกา และกรีนการ์ด
    หลังจากได้งานก็ดำเนินงานย้ายประเทศค่ะ ที่อเมซอนเค้ามีทีมทนายที่คอยจัดการขอวีซ่า ทำเรื่องให้ทุกอย่าง สามีเราก็ได้วีซ่าติดตามที่เค้าสามารถทำงานได้ด้วยค่ะ วีซ่าที่เราได้คือ E-3 คือสำหรับคนออสเตรเลียที่มาทำงานในอเมริกา ส่วนขั้นตอนการย้าย เค้าให้เลือกว่าจะใช้บริษัทเค้าทำการขนย้ายให้แล้วรวมกับการได้ที่พักฟรีหนึ่งเดือนแรก หรือจะเลือกรับเงินก้อนแล้วย้ายเอง เราเลือกรับเงินก้อนค่ะ แต่ถึงอย่างนั้นบริษัทก็มีคนจัดหาที่พักเกือนแรกให้ทุกอย่าง เราแค่จ่ายตังจากเงินก้อนแรกที่เค้าให้ค่ะ
    พอเราทำงานไปสักพักที่บริษัทจะพยายามทำเรื่องขอกรีนการ์ดให้ค่ะ สาเหตุที่เค้าอยากให้กรีนการ์ดเพราะเค้าจะได้ไม่ต้องทำเรื่องต่อวีซ่าให้บ่อยๆ และวีซ่าทำงานมันมีลิมิตของมันอยู่
    🇺🇸&🇦🇺 6. สรุปเปรียบเทียบการทำงานสาย IT ระหว่างอเมริกาและออสเตรเลีย
    ส่วนตัวคิดว่าคนออสค่อนข้างชิล การแข่งขันไม่ค่อยสูง สมัยทำงานทำจริงๆ แค่อาทิตย์ละสี่วันครึ่งเพราะวันศุกร์ไปกินข้าวกลางวันกันที่ผับ มีดริ๊ง บ่ายๆ ก็แยกย้ายกันกลับบ้าน ต่างกับคนเมกันที่เค้าจะมีเป้าหมายในการทำงานมากๆ การแข่งขันสูงมาก เค้าจะมีเป้าหมายและจะคิดตลอดเวลาว่าใน 2-3 ปี เค้าจะต้องจะได้โปรโมต ได้เติบโตในสายงานหรือว่าเค้าจะเปลี่ยนสายไปเป็นอะไร มีการพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา เรามาอยู่นี่ก็ต้องตามเค้าให้ทันค่ะ
    ในสายงาน IT คิดว่าทางออสเตรเลียจะเติบโตได้ไม่มากนักถ้าเทียบกับฝั่งอเมริกา ทั้งนี้เพราะที่ออสจะไม่ค่อยมี IT innovation เท่าไหร่ เพราะงั้นถ้าอยากทำบริษัทใหญ่ก็จะได้ไปอยู่ใน IT department ของบริษัท finance อะไรแบบนี้ ซึ่งต่างกับฝั่งอเมริกาที่การแข่งขันทางด้าน innovation พวกนี้จะสูงมาก จะมีบริษัทใหญ่ๆ จนถึง start up ที่ต้องการคนทำงานสาย tech สูงมากคนทำสายนี้ก็จะมีโอกาสเติบโตในหน้าที่การงานสูงมาก และมีบริษัทให้เลือกทำเยอะมากด้วยค่ะ
    🐶 หนึ่งในสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้ชอบทำงานที่นี่และอยู่ได้งานคือ perk นึงของเค้าคือให้เอาน้องหมามาทำงานด้วยได้ ก็จะหิ้วน้องมาทำงานด้วยตลอด แล้วก็จะเห็นน้องหมาเต็มออฟฟิศเลยค่ะ ปล. ใครถูกใจนุ้งคอร์กี้ ไปติดตามไอจีนุ้งได้นะคะ 😆 https://instagram.com/ringo_thecorgipup
    ฝากไว้เท่านี้ก่อนละกันนะ ใครมีคำถามเจาะลึกเรื่องไหนสามารถถามเข้ามาเพิ่มกันได้ค่ะ เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่อยากจะย้ายประเทศนะคะ
    —-
    เพิ่มเติม ไม่นานมานี้ได้มีการไปคุยแชร์ประสบการณ์การทำงาน UX ใน Amazon กับเพจ Deersigner ใครสนใจงานสายนี้ไปฟังกันได้นะคะ https://fb.watch/5m0olmJehw/
    ania Udomsriโยกย้าย มาส่ายสะโพกโยกย้าย · 7 ชม. · #ทีมอเมริกา #ทีมออสเตรเลีย #ทีมUX สวัสดีค่ะ ชื่อตาลนะคะ ปัจจุบันทำงานสาย UX ที่ Amazon.com ที่ Seattle อเมริกามา 8 ปีจนตอนนี้ได้กรีนการ์ด ก่อนหน้านี้เคยไปอยู่ที่ซิดนีย์ ออสเตรเลียมา 8 ปีจนได้เป็น Australian citizen ด้วยค่ะ อยากจะมาแชร์ประสบการณ์จากแง่มุมคนบ้านฐานะปานกลาง ไม่ได้เก่งมากพอที่จะขอทุนได้ ไม่ได้เรียนที่อเมริกา ว่าผ่านอะไรมาบ้างจนมาถึงตรงนี้ได้ คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับคนที่ไม่ได้มีต้นทุนมากแต่เป้าหมายหลักคือมาอยู่ที่อเมริกานะคะ 🙋🏻‍♀️ สั้นๆ ตรงนี้นะคะ แบบเต็มๆ สนใจอ่านต่อได้ด้านล่างค่ะ หลังจากจบมหาลัยที่ไทยก็ 1. เรียนภาษา + certificate ที่ออสเตรเลีย, ทำงานทุกอย่างที่ทำได้ตั้งแต่ล้างจาน เป็นเด็กเสิร์ฟ จนทำงานนับสต็อกในโรงงานเพื่อเก็บเงินค่าเรียนต่อ 2. เข้าเรียนโท Computer science ที่ UNSW พร้อมทำงานไปด้วย 3. เรียนจบได้ทำงานเป็น Web developer จนได้ Australia citizenship 4. ได้มาทำงานเป็น Front end engineer ที่ Amazon.com แล้วก็เบนเข็มมาสาย UX 5. ได้กรีนการ์ดที่อเมริกา 6. สรุปเปรียบเทียบการทำงานสาย IT ระหว่างอเมริกาและออสเตรเลีย ——— อ่านต่อกันยาวๆ ด้านล่างนี้เลยค่ะ 📖 1. เรียนภาษา + certificate ที่ออสเตรเลีย พอจบที่ไทยแล้วก็อยากจะมาต่างประเทศ แต่เนื่องจากที่บ้านไม่ได้มีต้นทุนมากก็ดูหลายๆ ประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักจนมาจบที่ออสเตรเลียเพราะค่าเรียนไม่แพงมาก บินแค่ 9 ชม. และวีซ่านักเรียนสามารถทำงานได้ 20 ชม. ต่อสัปดาห์ ที่เลือกเรียน certificate ก่อนเพราะทางบ้านยังไม่อนุมัติให้เรียนโท ตอนมาใหม่ๆ ยอมรับเลยว่าไม่ได้ตั้งใจจะเรียนแต่ตั้งใจทำงานเก็บเงินมากกว่าเพื่อที่จะได้เรียนต่อโท ตอนนี้ทำงานทุกอย่างตั้งแต่ล้างจาน เป็นเด็กเสิร์ฟร้านอาหารไทย จนถึงทำงานนับสต็อกในโรงงาน 👩🏻‍🎓 2. เรียนโท + ทำงาน พอหลังจากจบ certificate หาเงินได้ประมาณนึงก็คุยกับที่บ้าน ขอยืมเงินส่วนต่างเพื่อที่จะเรียนโทต่อที่นี่ หลังจากที่ได้ offer จากมหาลัย UNSW แล้ว ก็ยื่นต่อวีซ่านักเรียนเพื่อเรียนต่อ ระหว่างนี้ก็ยังทำงานอยู่เพื่อหาค่ากินอยู่และผ่อนคืนเงินที่บ้าน แต่จะเริ่มหางานที่ตรงสายแล้ว เนื่องจากเราไม่เคยทำงานด้าน computer science มาก่อน การหางานแรกจะยากมากๆ เราก็เริ่มจากการทำงานฟรีคือเขียนเวปไซต์ ออกแบบโลโก้ ออกแบบโบว์ชัวร์ให้ร้านอาหารไทย ให้บริษัทเล็กๆ เพื่อเก็บ portfolio จนในที่สุดก็ได้งาน part timeให้กับ agency เล็กๆ แบบมีคนทำงาน 4 คน 👩🏻‍💻🇦🇺 3. ทำงานเป็น Web developer ที่ออสเตรเลีย, ขอ permanent resident ต่อด้วย Australian citizenship หลังจากเรียนจบก็พยายามหางาน full time จนมาได้ทำงานเป็น Web developer ใน Agency ขนาดกลางๆ มีพนักงานประมาณ 50 คน ระหว่างก็ขอ permanent resident (PR) ที่ออสนี่สามารถขอเองได้โดยที่ไม่ต้องมีสปอนเซอร์หรือบริษัทขอให้ การขอ PR ที่นี่ถ้า point ถึงก็สามารถขอได้ point นี้จะเป็นการนับคะแนนจากอะไรหลายๆ อย่างเช่นคะแนนสอบ Ielts, อายุ, สาขาที่เรียนจบ, ระดับการศึกษา, และสาขางานที่ทำ ยื่นเรื่องทั้งหมดโดยตัวเองโดยไม่ใช้ทนาย พอได้ PR แล้วก็รออีกสองปีก็ขอ citizenship ได้ 👩🏻‍💻🇺🇸 4. ได้งานที่ Amazon แล้วย้ายมาที่อเมริกา ระหว่างทำงานที่ออสก็มีการอัพเดต portfolio และ linkedin อยู่เรื่อยๆ จนในที่สุดมี recruiter จาก Amazon ติดต่อมา (อันนี้บอกตรงๆ ว่าไม่ได้คาดคิด) ว่าจะมี recruiting event ที่ออสแล้วชวนให้เราไปเข้าร่วม ในอีเว้นท์นี้ก็จะมีสองวันค่ะ วันแรกเป็น social event ให้เราไปพบปะพูดคุยกับคนที่ทำงานในอเมซอน และคนที่เป็นคู่แข่งค่ะ วันที่สองสัมภาษณ์งานกันยาวๆ เลย กับคนสัมภาษณ์ 6 คน สัมภาษณ์จบที่นี่รวดเร็วมาก ไม่กี่วัน recruiter ก็ติดต่อกลับมาว่าได้งานแล้ว งานแรกที่ทำในอเมซอนเป็น frontend engineer ค่ะ หลังจากนั้นเปลี่ยนสายมาเป็น UX เพราะเหมาะกับตัวเองมากกว่า 🗽5. วีซ่าทำงานอเมริกา และกรีนการ์ด หลังจากได้งานก็ดำเนินงานย้ายประเทศค่ะ ที่อเมซอนเค้ามีทีมทนายที่คอยจัดการขอวีซ่า ทำเรื่องให้ทุกอย่าง สามีเราก็ได้วีซ่าติดตามที่เค้าสามารถทำงานได้ด้วยค่ะ วีซ่าที่เราได้คือ E-3 คือสำหรับคนออสเตรเลียที่มาทำงานในอเมริกา ส่วนขั้นตอนการย้าย เค้าให้เลือกว่าจะใช้บริษัทเค้าทำการขนย้ายให้แล้วรวมกับการได้ที่พักฟรีหนึ่งเดือนแรก หรือจะเลือกรับเงินก้อนแล้วย้ายเอง เราเลือกรับเงินก้อนค่ะ แต่ถึงอย่างนั้นบริษัทก็มีคนจัดหาที่พักเกือนแรกให้ทุกอย่าง เราแค่จ่ายตังจากเงินก้อนแรกที่เค้าให้ค่ะ พอเราทำงานไปสักพักที่บริษัทจะพยายามทำเรื่องขอกรีนการ์ดให้ค่ะ สาเหตุที่เค้าอยากให้กรีนการ์ดเพราะเค้าจะได้ไม่ต้องทำเรื่องต่อวีซ่าให้บ่อยๆ และวีซ่าทำงานมันมีลิมิตของมันอยู่ 🇺🇸&🇦🇺 6. สรุปเปรียบเทียบการทำงานสาย IT ระหว่างอเมริกาและออสเตรเลีย ส่วนตัวคิดว่าคนออสค่อนข้างชิล การแข่งขันไม่ค่อยสูง สมัยทำงานทำจริงๆ แค่อาทิตย์ละสี่วันครึ่งเพราะวันศุกร์ไปกินข้าวกลางวันกันที่ผับ มีดริ๊ง บ่ายๆ ก็แยกย้ายกันกลับบ้าน ต่างกับคนเมกันที่เค้าจะมีเป้าหมายในการทำงานมากๆ การแข่งขันสูงมาก เค้าจะมีเป้าหมายและจะคิดตลอดเวลาว่าใน 2-3 ปี เค้าจะต้องจะได้โปรโมต ได้เติบโตในสายงานหรือว่าเค้าจะเปลี่ยนสายไปเป็นอะไร มีการพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา เรามาอยู่นี่ก็ต้องตามเค้าให้ทันค่ะ ในสายงาน IT คิดว่าทางออสเตรเลียจะเติบโตได้ไม่มากนักถ้าเทียบกับฝั่งอเมริกา ทั้งนี้เพราะที่ออสจะไม่ค่อยมี IT innovation เท่าไหร่ เพราะงั้นถ้าอยากทำบริษัทใหญ่ก็จะได้ไปอยู่ใน IT department ของบริษัท finance อะไรแบบนี้ ซึ่งต่างกับฝั่งอเมริกาที่การแข่งขันทางด้าน innovation พวกนี้จะสูงมาก จะมีบริษัทใหญ่ๆ จนถึง start up ที่ต้องการคนทำงานสาย tech สูงมากคนทำสายนี้ก็จะมีโอกาสเติบโตในหน้าที่การงานสูงมาก และมีบริษัทให้เลือกทำเยอะมากด้วยค่ะ 🐶 หนึ่งในสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้ชอบทำงานที่นี่และอยู่ได้งานคือ perk นึงของเค้าคือให้เอาน้องหมามาทำงานด้วยได้ ก็จะหิ้วน้องมาทำงานด้วยตลอด แล้วก็จะเห็นน้องหมาเต็มออฟฟิศเลยค่ะ ปล. ใครถูกใจนุ้งคอร์กี้ ไปติดตามไอจีนุ้งได้นะคะ 😆 https://instagram.com/ringo_thecorgipup ฝากไว้เท่านี้ก่อนละกันนะ ใครมีคำถามเจาะลึกเรื่องไหนสามารถถามเข้ามาเพิ่มกันได้ค่ะ เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่อยากจะย้ายประเทศนะคะ —- เพิ่มเติม ไม่นานมานี้ได้มีการไปคุยแชร์ประสบการณ์การทำงาน UX ใน Amazon กับเพจ Deersigner ใครสนใจงานสายนี้ไปฟังกันได้นะคะ https://fb.watch/5m0olmJehw/
    1
    0 ความคิดเห็น 0 เเชร์
  • #หยุด!!! #คำเตือน13ข้อ #ยาวนะ #พี่เตือนน้อง #พี่บ้านจนต้นทุนน้อยมาจากศูนย์แถมติดอ่างอีก555 #นะคนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกที่จะเป็นได้ #ถูกปะ #ก่อนจะมาใช้ชีวิตที่อเมริกาคุณควรอ่านถ้ามีเวลา #คำเตือนฉบับย่อสำหรับคนที่จะย้ายประเทศมาอเมริกา จากประสบการณ์ตรงและงานที่คลุกคลีกับการลงทุนการเงินและกฏหมายเกือบ20ปี #นี้เป็นpostที่2ต่อจากpostแรก
    1. อย่าทำผิดกฏหมายเลยคือเข้าตามตรอกออกตามประตูทำอะไรๆตรงไปตรงมาดีที่สุด แต่ถ้าเห็นเพื่อนคุณทำผิดกฎหมายแล้วเค้ายังอยู่ดีกินดีก็นะ คุณโตแล้วคุณต้องตัดสินใจเอง #เปิดใจและเปิดสมอง คือคนไทย90%คิดว่าเมกาแล้วจะโดดมาตายเอาดาบหน้า หรือ ต้องแต่งงานอย่างเดียว เพราะน่าจะเป็นหนทางที่ง่ายที่สุด #จะพูดไปมันก็จริง #แต่ มันมีทางอื่นคือคุณสามารถเปลี่ยนแปลงvisaได้, หรือเรียนต่อแล้วได้work permit, เปลี่ยนเป็นvisa นักลงทุน, หรือเจอเจ้านายดีเค้าสมัครwork permit ให้ หรือ บางคนก็สมัครGreen card ให้เลย หรือ บางคนยอมแต่งงานด้วยเพราะความรักหรือความสงสาร #ประเด็นคือ ให้ดูทุกoptions และหาข้อมูลให้เยอะก่อนตัดสินใจครับ #รักนะถึงเตือน
    2. เรื่องภาษาสำคัญที่สุดครับ คือถ้ามาอยู่เมกาคือห้ามดูหนังไทย,ฟังเพลงไทยอ่านข่าวไทยคือทำทุกอย่างให้ใช้ภาษาอังกฤษให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ คือเจอมาเยอะมาอยู่เมกาแต่ภาษาไม่เเข็งเเรงเลย คุณต้องถีบตัวเองขึ้นมาต้องขยันกว่าคนอื่นและอึดกว่าคนอื่น3-4เท่าผมรับประกันประเทศเมกาจะให้โอกาสคุณเยอะมาก #น้องจิมมี่ผมเคยบอกว่าเมกาเงินอยู่ในอากาศอยู่ที่ใครจะไขว่คว้า
    3. มาเมกาแล้วกะมาโดดVisaมาเป็นRobinhood อันนี้ผมไม่แนะนำแต่ถ้าใครจะทำผมก็เคารพการติดสินใจของคุณเพราะสถานการณ์ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่บางคนโดดVisaดีก็ดีไป ถ้าโชคร้ายก็โดนนายจ้างกดขี่ข่มเหง,โดนลวนลาม,นายจ้างขู่ว่าจะเเจ้งให้คนมาจับบ้างละ, โดนยึดpassportบ้างละ เงินที่ได้ตอนคุณโดดVisaก็ไม่เท่ากับคนอื่นเค้า, โดนกดค่าแรง, คุณลองหลับตานึกถึงคนต่างด้าวที่มาทำงานแลกเงินที่เมืองไทยดูที่เค้าต้องอยู่หลบๆซ่อนๆ ต้องถามตัวคุณเองว่าคุณรับได้ไหม ถ้ารับได้ก็ต้องยอมรับกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาด้วย
    4. ถ้าคุณมีwork permit/Green card (หรือRobinhood)คุณควรทำงานที่ใช้ภาษาเยอะๆในการพัฒนาตัวเอง ตัวอย่างผมมาเมกาใหม่ๆรู้จักคนไทยที่เป็นพ่อครัวอยู่ร้านอาหาร พูดภาษาอังกฤษแทบไม่ได้เลยอ่านไม่ได้ ผมขอไม่ตัดสินใครนะว่าดีไงหรือไม่ดีนะครับ แต่จะบอกว่า คุณพลาดโอกาสไปประมาณ70%ของประเทศมหาอำนาจ/USA ที่เค้าพร้อมที่จะมอบให้กับพลเมืองของเมกาที่อ่านออกเขียนได้และสื่อสารได้อย่างดี คุณต้องขยัน3-4เท่า คุณทำได้แน่
    5. มีเพื่อนที่ดีเยอะๆ อย่าคิดว่าจะมาขุดทองอย่างเดียว กัลยาณมิตรจะพาทองและโชคลาภมาประเคนถึงหน้าตัดคุณเลย พ่อผมเคยสอนผมไว้ว่ามีเพื่อนดีก็เหมือนแม่น้ำที่ดีเเละลึก ตัวเราก็เหมือนกับเรือใบ ถ้ามีน้ำคอยพยุงก็จะทำให้เรือใบล่องไปถึงจุดหมายปลายทางได้ ถ้าไม่มีเพื่อนที่ดีเลยก็เหมือนกับสายน้ำที่แห้งเรือใบก็จะไปถึงฝั่งลำบากครับ #คุณอาจจะสงสัยแล้วผม/นู๋จะไปหาเพื่อนที่ไหน ก็ถ้าเป็นคนเปิดตัวก็ดีนะ ไปเข้าร่วมสมาคมRotary, Lion Club, Chamber of commerce, วัด, โบสถ์, เล่นกีฬา บราๆๆ ต้องลงทุนเวลาเข้าสังคมบ้าง
    6. ควรดูแลเรื่องสุขภาพทางการกายดูเรื่องประกันสุขภาพดูว่ารัฐบาลจะให้สิทธิอะไรเราบ้างแต่ละรัฐไม่เหมือนกันค่ารักษาพยาบาลที่เมกาโหดมาก
    7. ดูสุขภาพทางกายแล้วหันมาดูสุขภาพทางการเงินด้วย คุณไม่มีหมายเลขsocial คุณก็เปิดบัญชีธนาคารได้ขอบัตรเครดิตได้อันนี้แล้วแต่เเบงค์นะ แต่เป็นไปได้ สร้างเครดิตตั้งแต่เนิ่นๆจะได้เตรียมตัวซื้อบ้าน,ซื้อรถ, เช่าApartment, ซื้อมือถือ หรือ แม่กระทั่งสมัครงานเค้าก็เช็กเครดิต
    8.เมกามีบ่อนการพนันเยอะ ถ้าคุณคิดการพนันมีเท่าไหร่คุณก็หมด เวลาชีวิตคุณมีค่าใช้สอยอย่างประหยัด
    9. มาเมกาควรทำงานเก็บเงินสัก20%-50%ของเงินเดือนถ้าทำได้จะดีต่อตัวคุณเองและคนที่คุณรัก คือคุณทำเพื่อนอนาคตของคุณเอง ผมเจอมาเยอะผมทำงานแบงค์มาเกือบ20ปี คนที่จะretire หลายคนที่เมกาเรียกว่าเป็นแสนเป็นล้าน ไม่มีเงินเก็บไม่มีบ้านอยู่ บอกเลยเงินที่รัฐบาลให้คือเงินที่คุณใส่ไปตอนคุณทำงานมันไม่พอสำหรับค่าครองชีพที่เมกาครับ สรุปคือ ต้องเก็บเงินอย่าหลงระเริงกับแสงสีเสียงกินเที่ยวใช้ของหรูจนทำลายความมั่นคงทางการเงินในอนาคตของคุณ
    10. คุณมาอยู่ประเทศเมกาคุณต้องเข้าใจระบบระเบียบกฎเกณฑ์ของประเทศนี้นะครับ ว่า ทำงานหรือ ประกอบธุรกิจอะไรเสียภาษีน้อยที่สุด, รัฐบาลมีbenefits อะไรให้เราบ้าง, สิทธิเราคืออะไรบ้าง,รู้จักสถานกงสุลและสถานทูตไทยไว้ คือมองเสียว่ามาใช้ชีวิตในเมกา เหมือนคุณกำลังเล่นเกมส์ ถ้าคุณไม่เข้าใจกฎกติกาของเกมส์ที่เล่นว่า เล่นยังไงถึงจะชนะเล่นยังไงถึงแพ้แล้วคุณจะชนะเกมส์ของชีวิตคุณได้ยังไง
    11.ค่าครองชีพบอกเลยแต่ละรัฐไม่เหมือนกัน New York, Hawaii, California จะแพงสุด ผมเรียนปอตรีที่Hawaii อยู่ที่Hawai’i 5 ปี ค่าครองชีพเเพงนะ ปัจจุบันพักอาศัย/ทำงานอยู่California ค่าครองขีพก็แพง #แต่!!!! คุณก็จะได้ ค่าแรง/เงินเดือนที่สูงขึ้นด้วยครับ ยกตัวอย่างผมทำกับข้าวทานเองที่บ้านบอกสมมุติไปจ่ายตลาด $100(3100บาท) ทานได้2-3 วันครับ ถูกกว่าทานสุกี้MKที่เมืองไทยอีก555ที่เมืองไทยครั้งที่แล้วจ่ายไป1500บาททาน2คน คือถ้าคุณอยู่รัฐไหนก็ได้รายได้ระดับหนึ่งและค่าใช่จ่ายระดับหนึ่งถ้าคุณได้รายน้อยในรัฐนั้นแต่ราคาบ้านราคาน้ำมันราคาของต่างๆก็ถูกลงด้วยครับ คุณควรทำการบ้านด้วยสภาพภูมิอากาศและสภาพสังคมในรัฐนั้นเป็นอย่างไร เลือกให้เหมาะกับคุณ ถ้าถามผมสำหรับคนไทยผลเลือกCalifornia ครับ คือ อาหารการกินพร้อมไม่อดปลูกอะไรก็ขึ้นมีหลายชนชาติจะทำงานก็มีคนAsiansเยอะ เวลาได้ เลื่อนต่ำแหน่งก็จะมีโอกาสก้าวหน้ามากกว่า นี้จากประสบการณ์ผมนะ
    12. #เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ผมพูดตรงๆนะมาเมกาใหม่ๆถ้าบ้านไม่รวยอย่าโลกสวย(แต่ทุกอย่างมันเป็นไปได้และจะค่อยๆดีขึ้นตามเวลาของมัน) สมัยก่อนผมทำงาน Citibank 5ปีเป็น License Banker ที่La Jolla เมืองคนรวยที่San Diego ทีมผมได้ อันดับ1ของCalifornia ตอนนั้นผมขับรถไปกลับวันละ120 กิโลเป็นเวลา5ปี บ้านผมจนไม่ได้รวยอะไรพอมีโอกาสซื้อบ้านด้วยลำเเข็งของตัวเองก็หนักเอาเบาสู้ คนไม่เคยมีบ้านอะนะ จะขับไกลเท่าไหร่ก็ยอม เป็น5ปีที่สนุกแต่ตอนนี้มองกลับไปคิดกับตัวเองว่ากรูทำไปได้ไงว่ะ555 คือบางครั้งชีวิตคนเรามันไม่ได้มีopportunity ที่ดีที่สุดมากมายขนาดนั้นเข้ามาในชีวิต แต่ผมเลือกจะทำให้ดีที่สุดเมื่อได้โอกาสนั้นมาก็แค่นั้น #คุณต้องฉีดวัคซีนหลายเข็มก่อนเมกานะ #เข็มแรก วัคซีนแห่งความอึด #เข็ม2 วัคซีนของการคิดบวก #อันนี้ฉีดหลายๆเข็มเลย555 บอกเลยตอนผมมาเมกาใหม่โคตรท้อเลย ประมาณมากูมาเมกาทำต้องทำงาน หนักต้องหาเงินค่าเช่าห้อง อยู่เมืองไทยไม่ต้องลำบากขนาดนี้ ไม่ทำงานก็ไม่มีข้าวกิน, ไม่มีเงินค่าเทอม #ช่วงหนึ่งตอนเรียนที่Hawaii #ผมแดร๊กมาม่าารัวๆๆๆเลย บางทีซื้อ ขนมปังมา1แถวซื้อแยมมา1กระปุกกินแบบนั้นเกือบอาทิตย์ รองเท้าผ้าฝบนี้ตรงพื้นนี้ขาดจนถุงเท้าทะลุรองเท้ามาเลย แต่ที่เมืองไทยเราเอาอึดมากเลยและผมมีเป้าหมายที่ชัดเจนเลยสู้จนชนะ #เข็ม3 วัคซีนของการมีเป้าหมาย/goalที่ชัดเจน
    13. #จริงไหม ต้องจบTop University คุณถึงจะได้งานดีๆ #ตอบเลยไม่จำคุณไม่จำเป็นที่ต้องจบUniversity ดังๆ หรือจบตัวTop ถึงจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน #ผมจบมหาวิทยาลัย กลางๆ แต่เงินเดือนผมเยอะกว่าเพื่อนร่วมงานที่จบมหาลัยที่ดังกว่าหลายเท่านะครับ จบมหาวิทยาลัยดังก็ดีครับแต่ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของความสำเร็จเวลาคุณทำงาน จริงๆแล้ววัดที่ความสามารถและประสบการณ์เค้าดูหลายๆอย่าง อาทิเช่น คุณ likable ไหม, nice ไหม, honest ไหม, team player ไหมสิ่งพวกนี้สำคัญมาก ในการทำงานกับ corporate America คือผมพูดจากประสบการณ์นะครับผมทำงานCorporate America มาตลอดตั้งแต่จบปอตรีที่ BYU-Hawaii, เริ่มทำตั้งแต่Prudential Financial, Citibank/Citigroup, Wells Fargo #และปัจจุบันผมทำงานที่ Bank of America/Merrill Lynch ต่ำแหน่ง VP ที่ปรึกษาการเงินและการลุงทุนและมีBusiness ของครอบครัวที่ทำกับCalifornia stateดูและเด็กAutistic
    ลูกค้าผมบางคนตั้งบริษัทฉีดยาฆ่ามดค่าแมลงไม่ได้จบอะไรมาแต่รวยมาก บางคนไม่เรียนมหาวิทยาลัยแต่สอบlicense เป็น นายหน้าขายบ้านใช่เวลาเรียน3-4เดือนถ้าเก่งๆรายได้มากกว่าหมอ,วิศวะ,เภสัชกรอีก อาชีพที่เกี่ยวกับการขายถ้าคุณเก่งและดูแลลูกค้าดีๆรายได้จะดีมาก มีหลายอาชีพที่ได้เงินเยอะ เช่น รับเหมาก่อสร้าง ช่างซ่อมรถ ช่างไฟ, ช่างซ่อมรถ ช่างประปาและมีอาชีพต่างๆอีกมากมายที่ไม่ต้องใช่ college degree แต่เค้าเป็นเจ้าของbusiness ถ้าทำประสบความสำเร็จก็จะมีอิสระทางการเงินมากกว่าคนทำงานoffice ทั่วไปคับ
    #ฟังผมบ่นมานานและ ใครอ่านจบคือเก่งมาก555 นี้คือฉบับย่อๆสิ่งที่คุณควรคิดและไตร่ตรองก่อนมาเมกา จริงๆแล้วมีอีกเยอะแต่ตอนนี้ผมนึกออกเเค่นี้ แต่อย่างไรก็ตามขอให้นักล่าฝันทุกคนโชคดีและสำเร็จในสิ่งที่ตั้งใจ #นักล่าฝัน #นายแบงค์บ่น #ภาพที่ถ่ายเป็นOfficeที่LA #ทีมอเมริกา

    ขอขอบคุณ กลุ่ม โยกย้าย มาส่ายสะโพกโยกย้าย https://www.facebook.com/groups/456929628904615 🙏🙏🙏
    #หยุด!!! #คำเตือน13ข้อ #ยาวนะ #พี่เตือนน้อง #พี่บ้านจนต้นทุนน้อยมาจากศูนย์แถมติดอ่างอีก555 #นะคนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกที่จะเป็นได้ #ถูกปะ #ก่อนจะมาใช้ชีวิตที่อเมริกาคุณควรอ่านถ้ามีเวลา #คำเตือนฉบับย่อสำหรับคนที่จะย้ายประเทศมาอเมริกา จากประสบการณ์ตรงและงานที่คลุกคลีกับการลงทุนการเงินและกฏหมายเกือบ20ปี #นี้เป็นpostที่2ต่อจากpostแรก 1. อย่าทำผิดกฏหมายเลยคือเข้าตามตรอกออกตามประตูทำอะไรๆตรงไปตรงมาดีที่สุด แต่ถ้าเห็นเพื่อนคุณทำผิดกฎหมายแล้วเค้ายังอยู่ดีกินดีก็นะ คุณโตแล้วคุณต้องตัดสินใจเอง #เปิดใจและเปิดสมอง คือคนไทย90%คิดว่าเมกาแล้วจะโดดมาตายเอาดาบหน้า หรือ ต้องแต่งงานอย่างเดียว เพราะน่าจะเป็นหนทางที่ง่ายที่สุด #จะพูดไปมันก็จริง #แต่ มันมีทางอื่นคือคุณสามารถเปลี่ยนแปลงvisaได้, หรือเรียนต่อแล้วได้work permit, เปลี่ยนเป็นvisa นักลงทุน, หรือเจอเจ้านายดีเค้าสมัครwork permit ให้ หรือ บางคนก็สมัครGreen card ให้เลย หรือ บางคนยอมแต่งงานด้วยเพราะความรักหรือความสงสาร #ประเด็นคือ ให้ดูทุกoptions และหาข้อมูลให้เยอะก่อนตัดสินใจครับ #รักนะถึงเตือน 2. เรื่องภาษาสำคัญที่สุดครับ คือถ้ามาอยู่เมกาคือห้ามดูหนังไทย,ฟังเพลงไทยอ่านข่าวไทยคือทำทุกอย่างให้ใช้ภาษาอังกฤษให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ คือเจอมาเยอะมาอยู่เมกาแต่ภาษาไม่เเข็งเเรงเลย คุณต้องถีบตัวเองขึ้นมาต้องขยันกว่าคนอื่นและอึดกว่าคนอื่น3-4เท่าผมรับประกันประเทศเมกาจะให้โอกาสคุณเยอะมาก #น้องจิมมี่ผมเคยบอกว่าเมกาเงินอยู่ในอากาศอยู่ที่ใครจะไขว่คว้า 3. มาเมกาแล้วกะมาโดดVisaมาเป็นRobinhood อันนี้ผมไม่แนะนำแต่ถ้าใครจะทำผมก็เคารพการติดสินใจของคุณเพราะสถานการณ์ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่บางคนโดดVisaดีก็ดีไป ถ้าโชคร้ายก็โดนนายจ้างกดขี่ข่มเหง,โดนลวนลาม,นายจ้างขู่ว่าจะเเจ้งให้คนมาจับบ้างละ, โดนยึดpassportบ้างละ เงินที่ได้ตอนคุณโดดVisaก็ไม่เท่ากับคนอื่นเค้า, โดนกดค่าแรง, คุณลองหลับตานึกถึงคนต่างด้าวที่มาทำงานแลกเงินที่เมืองไทยดูที่เค้าต้องอยู่หลบๆซ่อนๆ ต้องถามตัวคุณเองว่าคุณรับได้ไหม ถ้ารับได้ก็ต้องยอมรับกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาด้วย 4. ถ้าคุณมีwork permit/Green card (หรือRobinhood)คุณควรทำงานที่ใช้ภาษาเยอะๆในการพัฒนาตัวเอง ตัวอย่างผมมาเมกาใหม่ๆรู้จักคนไทยที่เป็นพ่อครัวอยู่ร้านอาหาร พูดภาษาอังกฤษแทบไม่ได้เลยอ่านไม่ได้ ผมขอไม่ตัดสินใครนะว่าดีไงหรือไม่ดีนะครับ แต่จะบอกว่า คุณพลาดโอกาสไปประมาณ70%ของประเทศมหาอำนาจ/USA ที่เค้าพร้อมที่จะมอบให้กับพลเมืองของเมกาที่อ่านออกเขียนได้และสื่อสารได้อย่างดี คุณต้องขยัน3-4เท่า คุณทำได้แน่ 5. มีเพื่อนที่ดีเยอะๆ อย่าคิดว่าจะมาขุดทองอย่างเดียว กัลยาณมิตรจะพาทองและโชคลาภมาประเคนถึงหน้าตัดคุณเลย พ่อผมเคยสอนผมไว้ว่ามีเพื่อนดีก็เหมือนแม่น้ำที่ดีเเละลึก ตัวเราก็เหมือนกับเรือใบ ถ้ามีน้ำคอยพยุงก็จะทำให้เรือใบล่องไปถึงจุดหมายปลายทางได้ ถ้าไม่มีเพื่อนที่ดีเลยก็เหมือนกับสายน้ำที่แห้งเรือใบก็จะไปถึงฝั่งลำบากครับ #คุณอาจจะสงสัยแล้วผม/นู๋จะไปหาเพื่อนที่ไหน ก็ถ้าเป็นคนเปิดตัวก็ดีนะ ไปเข้าร่วมสมาคมRotary, Lion Club, Chamber of commerce, วัด, โบสถ์, เล่นกีฬา บราๆๆ ต้องลงทุนเวลาเข้าสังคมบ้าง 6. ควรดูแลเรื่องสุขภาพทางการกายดูเรื่องประกันสุขภาพดูว่ารัฐบาลจะให้สิทธิอะไรเราบ้างแต่ละรัฐไม่เหมือนกันค่ารักษาพยาบาลที่เมกาโหดมาก 7. ดูสุขภาพทางกายแล้วหันมาดูสุขภาพทางการเงินด้วย คุณไม่มีหมายเลขsocial คุณก็เปิดบัญชีธนาคารได้ขอบัตรเครดิตได้อันนี้แล้วแต่เเบงค์นะ แต่เป็นไปได้ สร้างเครดิตตั้งแต่เนิ่นๆจะได้เตรียมตัวซื้อบ้าน,ซื้อรถ, เช่าApartment, ซื้อมือถือ หรือ แม่กระทั่งสมัครงานเค้าก็เช็กเครดิต 8.เมกามีบ่อนการพนันเยอะ ถ้าคุณคิดการพนันมีเท่าไหร่คุณก็หมด เวลาชีวิตคุณมีค่าใช้สอยอย่างประหยัด 9. มาเมกาควรทำงานเก็บเงินสัก20%-50%ของเงินเดือนถ้าทำได้จะดีต่อตัวคุณเองและคนที่คุณรัก คือคุณทำเพื่อนอนาคตของคุณเอง ผมเจอมาเยอะผมทำงานแบงค์มาเกือบ20ปี คนที่จะretire หลายคนที่เมกาเรียกว่าเป็นแสนเป็นล้าน ไม่มีเงินเก็บไม่มีบ้านอยู่ บอกเลยเงินที่รัฐบาลให้คือเงินที่คุณใส่ไปตอนคุณทำงานมันไม่พอสำหรับค่าครองชีพที่เมกาครับ สรุปคือ ต้องเก็บเงินอย่าหลงระเริงกับแสงสีเสียงกินเที่ยวใช้ของหรูจนทำลายความมั่นคงทางการเงินในอนาคตของคุณ 10. คุณมาอยู่ประเทศเมกาคุณต้องเข้าใจระบบระเบียบกฎเกณฑ์ของประเทศนี้นะครับ ว่า ทำงานหรือ ประกอบธุรกิจอะไรเสียภาษีน้อยที่สุด, รัฐบาลมีbenefits อะไรให้เราบ้าง, สิทธิเราคืออะไรบ้าง,รู้จักสถานกงสุลและสถานทูตไทยไว้ คือมองเสียว่ามาใช้ชีวิตในเมกา เหมือนคุณกำลังเล่นเกมส์ ถ้าคุณไม่เข้าใจกฎกติกาของเกมส์ที่เล่นว่า เล่นยังไงถึงจะชนะเล่นยังไงถึงแพ้แล้วคุณจะชนะเกมส์ของชีวิตคุณได้ยังไง 11.ค่าครองชีพบอกเลยแต่ละรัฐไม่เหมือนกัน New York, Hawaii, California จะแพงสุด ผมเรียนปอตรีที่Hawaii อยู่ที่Hawai’i 5 ปี ค่าครองชีพเเพงนะ ปัจจุบันพักอาศัย/ทำงานอยู่California ค่าครองขีพก็แพง #แต่!!!! คุณก็จะได้ ค่าแรง/เงินเดือนที่สูงขึ้นด้วยครับ ยกตัวอย่างผมทำกับข้าวทานเองที่บ้านบอกสมมุติไปจ่ายตลาด $100(3100บาท) ทานได้2-3 วันครับ ถูกกว่าทานสุกี้MKที่เมืองไทยอีก555ที่เมืองไทยครั้งที่แล้วจ่ายไป1500บาททาน2คน คือถ้าคุณอยู่รัฐไหนก็ได้รายได้ระดับหนึ่งและค่าใช่จ่ายระดับหนึ่งถ้าคุณได้รายน้อยในรัฐนั้นแต่ราคาบ้านราคาน้ำมันราคาของต่างๆก็ถูกลงด้วยครับ คุณควรทำการบ้านด้วยสภาพภูมิอากาศและสภาพสังคมในรัฐนั้นเป็นอย่างไร เลือกให้เหมาะกับคุณ ถ้าถามผมสำหรับคนไทยผลเลือกCalifornia ครับ คือ อาหารการกินพร้อมไม่อดปลูกอะไรก็ขึ้นมีหลายชนชาติจะทำงานก็มีคนAsiansเยอะ เวลาได้ เลื่อนต่ำแหน่งก็จะมีโอกาสก้าวหน้ามากกว่า นี้จากประสบการณ์ผมนะ 12. #เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ผมพูดตรงๆนะมาเมกาใหม่ๆถ้าบ้านไม่รวยอย่าโลกสวย(แต่ทุกอย่างมันเป็นไปได้และจะค่อยๆดีขึ้นตามเวลาของมัน) สมัยก่อนผมทำงาน Citibank 5ปีเป็น License Banker ที่La Jolla เมืองคนรวยที่San Diego ทีมผมได้ อันดับ1ของCalifornia ตอนนั้นผมขับรถไปกลับวันละ120 กิโลเป็นเวลา5ปี บ้านผมจนไม่ได้รวยอะไรพอมีโอกาสซื้อบ้านด้วยลำเเข็งของตัวเองก็หนักเอาเบาสู้ คนไม่เคยมีบ้านอะนะ จะขับไกลเท่าไหร่ก็ยอม เป็น5ปีที่สนุกแต่ตอนนี้มองกลับไปคิดกับตัวเองว่ากรูทำไปได้ไงว่ะ555 คือบางครั้งชีวิตคนเรามันไม่ได้มีopportunity ที่ดีที่สุดมากมายขนาดนั้นเข้ามาในชีวิต แต่ผมเลือกจะทำให้ดีที่สุดเมื่อได้โอกาสนั้นมาก็แค่นั้น #คุณต้องฉีดวัคซีนหลายเข็มก่อนเมกานะ #เข็มแรก วัคซีนแห่งความอึด #เข็ม2 วัคซีนของการคิดบวก #อันนี้ฉีดหลายๆเข็มเลย555 บอกเลยตอนผมมาเมกาใหม่โคตรท้อเลย ประมาณมากูมาเมกาทำต้องทำงาน หนักต้องหาเงินค่าเช่าห้อง อยู่เมืองไทยไม่ต้องลำบากขนาดนี้ ไม่ทำงานก็ไม่มีข้าวกิน, ไม่มีเงินค่าเทอม #ช่วงหนึ่งตอนเรียนที่Hawaii #ผมแดร๊กมาม่าารัวๆๆๆเลย บางทีซื้อ ขนมปังมา1แถวซื้อแยมมา1กระปุกกินแบบนั้นเกือบอาทิตย์ รองเท้าผ้าฝบนี้ตรงพื้นนี้ขาดจนถุงเท้าทะลุรองเท้ามาเลย แต่ที่เมืองไทยเราเอาอึดมากเลยและผมมีเป้าหมายที่ชัดเจนเลยสู้จนชนะ #เข็ม3 วัคซีนของการมีเป้าหมาย/goalที่ชัดเจน 13. #จริงไหม ต้องจบTop University คุณถึงจะได้งานดีๆ #ตอบเลยไม่จำคุณไม่จำเป็นที่ต้องจบUniversity ดังๆ หรือจบตัวTop ถึงจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน #ผมจบมหาวิทยาลัย กลางๆ แต่เงินเดือนผมเยอะกว่าเพื่อนร่วมงานที่จบมหาลัยที่ดังกว่าหลายเท่านะครับ จบมหาวิทยาลัยดังก็ดีครับแต่ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของความสำเร็จเวลาคุณทำงาน จริงๆแล้ววัดที่ความสามารถและประสบการณ์เค้าดูหลายๆอย่าง อาทิเช่น คุณ likable ไหม, nice ไหม, honest ไหม, team player ไหมสิ่งพวกนี้สำคัญมาก ในการทำงานกับ corporate America คือผมพูดจากประสบการณ์นะครับผมทำงานCorporate America มาตลอดตั้งแต่จบปอตรีที่ BYU-Hawaii, เริ่มทำตั้งแต่Prudential Financial, Citibank/Citigroup, Wells Fargo #และปัจจุบันผมทำงานที่ Bank of America/Merrill Lynch ต่ำแหน่ง VP ที่ปรึกษาการเงินและการลุงทุนและมีBusiness ของครอบครัวที่ทำกับCalifornia stateดูและเด็กAutistic ลูกค้าผมบางคนตั้งบริษัทฉีดยาฆ่ามดค่าแมลงไม่ได้จบอะไรมาแต่รวยมาก บางคนไม่เรียนมหาวิทยาลัยแต่สอบlicense เป็น นายหน้าขายบ้านใช่เวลาเรียน3-4เดือนถ้าเก่งๆรายได้มากกว่าหมอ,วิศวะ,เภสัชกรอีก อาชีพที่เกี่ยวกับการขายถ้าคุณเก่งและดูแลลูกค้าดีๆรายได้จะดีมาก มีหลายอาชีพที่ได้เงินเยอะ เช่น รับเหมาก่อสร้าง ช่างซ่อมรถ ช่างไฟ, ช่างซ่อมรถ ช่างประปาและมีอาชีพต่างๆอีกมากมายที่ไม่ต้องใช่ college degree แต่เค้าเป็นเจ้าของbusiness ถ้าทำประสบความสำเร็จก็จะมีอิสระทางการเงินมากกว่าคนทำงานoffice ทั่วไปคับ #ฟังผมบ่นมานานและ ใครอ่านจบคือเก่งมาก555 นี้คือฉบับย่อๆสิ่งที่คุณควรคิดและไตร่ตรองก่อนมาเมกา จริงๆแล้วมีอีกเยอะแต่ตอนนี้ผมนึกออกเเค่นี้ แต่อย่างไรก็ตามขอให้นักล่าฝันทุกคนโชคดีและสำเร็จในสิ่งที่ตั้งใจ #นักล่าฝัน #นายแบงค์บ่น #ภาพที่ถ่ายเป็นOfficeที่LA #ทีมอเมริกา ขอขอบคุณ กลุ่ม โยกย้าย มาส่ายสะโพกโยกย้าย https://www.facebook.com/groups/456929628904615 🙏🙏🙏
    0 ความคิดเห็น 0 เเชร์
  • บุฟเฟต์ ทุเรียน
    โรงแรมใบหยก
    Baiyoke Sky
    เมื่อวานนี้ เวลา 09:50 น. ·
    🔥วันอาทิตย์ที่ 18 เม.ย.นี้!
    คนรักทุเรียน เจอกัน แน่!
    😍 บุฟเฟต์ที่ทุกคนรอคอย #ทุเรียนฟีเวอร์ ----18-30 เม.ย.64 นี้!
    👅 ฟินไปกับ ทุเรียน เกรด 🅰️ คัดส่งออก
    ❌ ไม่ต้องเหนื่อยเดินทาง ไม่ต้องตากแดดร้อน
    ✅ เราคัด ทุเรียนเนื้อดี มาให้แล้วว ของดี เฉพาะ #season นี้เท่านั้น
    ⚠️ พร้อมมาตรการเว้นระยะห่าง จำกัดจำนวนท่านต่อรอบ
    #บุฟเฟต์ทุเรียน ที่ไม่ได้มีแค่ทุเรียนสด 🍊🍌🍉🍍🍛🍡🍨🍰🍕
    พบกับ เมนู ที่สร้างสรรค์จากทุเรียนมากมาย และเมนูอาหารคาว-หวาน จากผลไม้ ที่ชิม แล้วจะติดใจ
    💵 690 บาทเน็ท/ท่าน (โปรพิเศษ จำนวนจำกัด)
    walk in 790 บาทเน็ท/ท่าน
    👶 *เด็กสูงไม่เกิน 120 ซม. ครึ่งราคา
    🆓 ฟรี! ชมวิวบนชั้น 77 และดาดฟ้าพื้นหมุน ชั้น 84 (มูลค่า 400 บาท)
    📌เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 - 20.30 น. รอบละ 90 นาที
    เวลา 10.00- น./ 11.30 น. / 13.00 น. / 14.30 น. / 16.00 น. / 17.30 น. / 19.00 น.
    🔴 ที่นั่งจำนวนจำกัดต่อรอบ จองด่วนป้องกันการผิดหวัง
    ☎️ Tel : 0-2656-3939
    📲 Line: @BaiyokeSkyHotel (https://lin.ee/pgd9qdw)
    📩 Facebook: Inbox (http://m.me/baiyokeskyhotel)
    #18APR2021 #กลับมาแล้ว #โปรแรงแห่งปี
    #ใครๆก็มากินทุเรียนที่ใบหยก #ประตูน้ำ #ใบหยกบุฟเฟต์ #buffet #durianfever #baiyokeskyhotel
    Baiyoke Sky เมื่อวานนี้ เวลา 09:50 น. · 🔥วันอาทิตย์ที่ 18 เม.ย.นี้! คนรักทุเรียน เจอกัน แน่! 😍 บุฟเฟต์ที่ทุกคนรอคอย #ทุเรียนฟีเวอร์ ----18-30 เม.ย.64 นี้! 👅 ฟินไปกับ ทุเรียน เกรด 🅰️ คัดส่งออก ❌ ไม่ต้องเหนื่อยเดินทาง ไม่ต้องตากแดดร้อน ✅ เราคัด ทุเรียนเนื้อดี มาให้แล้วว ของดี เฉพาะ #season นี้เท่านั้น ⚠️ พร้อมมาตรการเว้นระยะห่าง จำกัดจำนวนท่านต่อรอบ #บุฟเฟต์ทุเรียน ที่ไม่ได้มีแค่ทุเรียนสด 🍊🍌🍉🍍🍛🍡🍨🍰🍕 พบกับ เมนู ที่สร้างสรรค์จากทุเรียนมากมาย และเมนูอาหารคาว-หวาน จากผลไม้ ที่ชิม แล้วจะติดใจ 💵 690 บาทเน็ท/ท่าน (โปรพิเศษ จำนวนจำกัด) walk in 790 บาทเน็ท/ท่าน 👶 *เด็กสูงไม่เกิน 120 ซม. ครึ่งราคา 🆓 ฟรี! ชมวิวบนชั้น 77 และดาดฟ้าพื้นหมุน ชั้น 84 (มูลค่า 400 บาท) 📌เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 - 20.30 น. รอบละ 90 นาที เวลา 10.00- น./ 11.30 น. / 13.00 น. / 14.30 น. / 16.00 น. / 17.30 น. / 19.00 น. 🔴 ที่นั่งจำนวนจำกัดต่อรอบ จองด่วนป้องกันการผิดหวัง ☎️ Tel : 0-2656-3939 📲 Line: @BaiyokeSkyHotel (https://lin.ee/pgd9qdw) 📩 Facebook: Inbox (http://m.me/baiyokeskyhotel) #18APR2021 #กลับมาแล้ว #โปรแรงแห่งปี #ใครๆก็มากินทุเรียนที่ใบหยก #ประตูน้ำ #ใบหยกบุฟเฟต์ #buffet #durianfever #baiyokeskyhotel
    ประเภท
    ใหม่
    ราคา
    ฿690 (THB)
    สถานะ
    :: มีสินค้า ::
    0 ความคิดเห็น 0 เเชร์
  • 🛢🚀🛰🧬 #น้ำมันถูกดิสรัปต์ แต่ประเทศซาอุดิอาระเบียไม่ถูกดิสรัปต์ ด้วยวิสัยทัศน์ของมกุฎราชกุมารซาอุฯ ทรงนำเงินจากการขายหุ้น IPO ของบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ในซาอุฯ มาเข้ากองทุน Public Investment Fund (PIF) ของประเทศ ทำให้กองทุนมีเงินในกองมากถึง 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 60 ล้านล้านบาท 💰💰💰

    - 🤖 กองทุน PIF ลงทุนในเทคโนโลยีทั่วโลก รวมทั้งพวก new s-curve และ new economy ทั้งหลาย โดยทุ่มลงทุนในกองทุน Vision Fund ของมาซ่าโยชิ ซัน มากถึง 45 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.38 ล้านล้านบาท

    - 📱 ตัวอย่างบริษัทที่ PIF ถือครองหุ้นก็ได้แก่ Uber, BP, Boeing, Citi group, Facebook, Marriot, Disney, Suncor energy, Pfizer, Berkshire Hataway, Qualcomm, IBM, Starbucks

    - 🔬 นอกจากนั้นยังไปลงทุนใน #สตาร์ทอัพดาวรุ่ง ต่างๆ ทั่วโลก ล่าสุด มาซาโยชิ ซัน เพิ่งเอาสตาร์ทอัพเกาหลีที่ชื่อว่า Coupang เข้า IPO ในตลาดหุ้นสหรัฐ มูลค่ากว่า 8.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ทำกำไรให้ Vision Fund มหาศาลเลย 💸💲

    - 🚀 ประเทศที่กลัวโดนดิสรัปต์ ล้วนมีกองทุนประจำชาติไปลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ กันทั้งนั้น สำหรับไทยเรานั้นไม่มี #กองทุนวิสัยทัศน์ เหมือนคนอื่นเขา ในฐานะประชาชน เราจึงต้องจับกระแสเทคโนโลยีและหากองทุนไปลงทุนเอง กันนะครับ ✈🧳💰

    🛰 อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตร และความรู้อื่นๆ ได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ 🛰
    📲 Facebook - https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
    📲 Facebook - https://www.facebook.com/TheRichScientist/
    📲 Twitter - https://twitter.com/teerakiat_kerd/
    📲 YouTube Channel - "Dr. Teerakiat Kerdcharoen"
    🛢🚀🛰🧬 #น้ำมันถูกดิสรัปต์ แต่ประเทศซาอุดิอาระเบียไม่ถูกดิสรัปต์ ด้วยวิสัยทัศน์ของมกุฎราชกุมารซาอุฯ ทรงนำเงินจากการขายหุ้น IPO ของบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ในซาอุฯ มาเข้ากองทุน Public Investment Fund (PIF) ของประเทศ ทำให้กองทุนมีเงินในกองมากถึง 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 60 ล้านล้านบาท 💰💰💰 - 🤖 กองทุน PIF ลงทุนในเทคโนโลยีทั่วโลก รวมทั้งพวก new s-curve และ new economy ทั้งหลาย โดยทุ่มลงทุนในกองทุน Vision Fund ของมาซ่าโยชิ ซัน มากถึง 45 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.38 ล้านล้านบาท - 📱 ตัวอย่างบริษัทที่ PIF ถือครองหุ้นก็ได้แก่ Uber, BP, Boeing, Citi group, Facebook, Marriot, Disney, Suncor energy, Pfizer, Berkshire Hataway, Qualcomm, IBM, Starbucks - 🔬 นอกจากนั้นยังไปลงทุนใน #สตาร์ทอัพดาวรุ่ง ต่างๆ ทั่วโลก ล่าสุด มาซาโยชิ ซัน เพิ่งเอาสตาร์ทอัพเกาหลีที่ชื่อว่า Coupang เข้า IPO ในตลาดหุ้นสหรัฐ มูลค่ากว่า 8.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ทำกำไรให้ Vision Fund มหาศาลเลย 💸💲 - 🚀 ประเทศที่กลัวโดนดิสรัปต์ ล้วนมีกองทุนประจำชาติไปลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ กันทั้งนั้น สำหรับไทยเรานั้นไม่มี #กองทุนวิสัยทัศน์ เหมือนคนอื่นเขา ในฐานะประชาชน เราจึงต้องจับกระแสเทคโนโลยีและหากองทุนไปลงทุนเอง กันนะครับ ✈🧳💰 🛰 อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตร และความรู้อื่นๆ ได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ 🛰 📲 Facebook - https://www.facebook.com/smartfarmthailand/ 📲 Facebook - https://www.facebook.com/TheRichScientist/ 📲 Twitter - https://twitter.com/teerakiat_kerd/ 📲 YouTube Channel - "Dr. Teerakiat Kerdcharoen"
    1
    0 ความคิดเห็น 0 เเชร์
  • New ‼️ นึกว่าเกาหลี 🇰🇷 🇰🇷🇰🇷

    🎉ที่นี่ประเทศไทยเองจ้า 🥰 แต่ตอนนี้เรามีปูไข่ดองซีอิ๊วเกาหลี ส่งทั่วประเทศไทยได้แล้วนะจ๊ะ 🦀

    ☎️ 081-9450877
    Line : https://line.me/R/ti/p/%40pukhlung
    ✅delivery กรุงเทพ 45 นาทีถึงหน้าบ้านเลยจ้า
    ✅ ส่งทั่วประเทศนะคะ
    New ‼️ นึกว่าเกาหลี 🇰🇷 🇰🇷🇰🇷 🎉ที่นี่ประเทศไทยเองจ้า 🥰 แต่ตอนนี้เรามีปูไข่ดองซีอิ๊วเกาหลี ส่งทั่วประเทศไทยได้แล้วนะจ๊ะ 🦀 ☎️ 081-9450877 Line : https://line.me/R/ti/p/%40pukhlung ✅delivery กรุงเทพ 45 นาทีถึงหน้าบ้านเลยจ้า ✅ ส่งทั่วประเทศนะคะ
    1
    0 ความคิดเห็น 0 เเชร์
  • บุฟเฟ่ต์ S31 กลับมาเปิดอีกครั้ง ตั้งแต่ 6 กุมภาพันธ์
    (เฉพาะมื้อเย็นทุกวันเสาร์เท่านั้น) 🦑🦐🦀🧑🏻‍🍳

    งานนี้มีให้อร่อยไม่อั้น กับไอเท็มเด็ดของเรา ไม่ว่าจะเป็น Grilled Seafood, Foie gras, Wagyu, กุ้งแม่น้ำ, หอยนางรมทรงเครื่อง, ขนมจีนน้ำยาปู, ก๋วยเตี๋ยวน้ำตกเนื้อวากิว, ต้มแซ่บกระดูกหมู, ปลากะพงจัมโบ้อบสมุนไพร, กุ้งดอง ปูดอง
    และใหม่ล่าสุด พบกับเมนูหม่าล่า เสิร์ฟพร้อมกับซอสสูตรเด็ดเผ็ดจัดจ้านสะท้านโลกันต์

    🔥 กลับมาครั้งนี้ แน่นอนว่ามีโปรเด็ด กระชากใจใครต่อใครที่ WFH 🔥
    - เหลือเพียง 788.- ต่อท่าน
    - มาเป็นกลุ่ม 6 ท่านขึ้นไป ลดเหลือ ท่านละ 750.- (เก็บค่ามัดจำ 50%)
    พร้อมให้บริการทุกวันเสาร์ เวลา 17.00 – 21.00 น.
    ราคานี้รวมเครื่องดื่มน้ำอัดลม น้ำเปล่า น้ำผลไม้ ชาและกาแฟ

    💥เงื่อนไข
    - Voucher สมนาคุณ สามารถนำมาใช้ได้ตามปกติ
    - ห้องอาหารขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่ามัดจำครึ่งราคาสำหรับลูกค้ากลุ่ม ตั้งแต่ 6 ท่านขึ้นไป (ยกเว้นเด็กสูงไม่ถึง 120 ซม.)
    - ราคาเด็ก: สูงถึง 80 ซม. ฟรี, สูง 80-120 ซม. คิดครึ่งราคาของผู้ใหญ่, สูงมากกว่า 120 ซม. คิดราคาผู้ใหญ่
    - เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โปรโมชั่น และราคา โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

    💥รบกวนสำรองที่นั่งล่วงหน้านะคะ และขอแจ้งให้ทราบว่า ทางโรงแรมจะโทรกลับไปขอให้ยืนยันบุ้คกิ้งอีกครั้ง ในวันที่ลูกค้าจองเพื่อมาทาน หากไม่สามารถติดต่อได้ภายใน 15 นาทีนับจากเวลาที่บุ้คกิ้งไว้ เราขอสงวนสิทธิ์เลื่อนบุ้คกิ้งให้ waiting list คิวถัดไป

    ห้องอาหาร S Café โรงแรม S31 Sukhumvit ขอขอบคุณทุกคำติชม ทุกคอมเมนต์ และทุกกำลังใจ, เราพร้อมเปิดใจรับฟังและหมั่นปรับปรุงเพื่อลูกค้าที่น่ารักทุกท่านค่ะ

    ติดต่อสอบถามข้อมูล, ขอดูเมนู หรือสำรองที่นั่งได้ที่
    📲 : 061-145-9601 เวลาให้บริการทางโทรศัพท์ 8.00 - 20.00 น.
    🖥 : https://www.facebook.com/S31SukhumvitHotel/

    #บุฟเฟ่ต์ไม่จำกัดเวลา, #บุฟเฟ่ต์สู้ภัยโควิด
    #เที่ยวเมืองไทย การ์ดไม่ตก, #Good food NO MSG, SHA #0123
    บุฟเฟ่ต์ S31 กลับมาเปิดอีกครั้ง ตั้งแต่ 6 กุมภาพันธ์ (เฉพาะมื้อเย็นทุกวันเสาร์เท่านั้น) 🦑🦐🦀🧑🏻‍🍳 งานนี้มีให้อร่อยไม่อั้น กับไอเท็มเด็ดของเรา ไม่ว่าจะเป็น Grilled Seafood, Foie gras, Wagyu, กุ้งแม่น้ำ, หอยนางรมทรงเครื่อง, ขนมจีนน้ำยาปู, ก๋วยเตี๋ยวน้ำตกเนื้อวากิว, ต้มแซ่บกระดูกหมู, ปลากะพงจัมโบ้อบสมุนไพร, กุ้งดอง ปูดอง และใหม่ล่าสุด พบกับเมนูหม่าล่า เสิร์ฟพร้อมกับซอสสูตรเด็ดเผ็ดจัดจ้านสะท้านโลกันต์ 🔥 กลับมาครั้งนี้ แน่นอนว่ามีโปรเด็ด กระชากใจใครต่อใครที่ WFH 🔥 - เหลือเพียง 788.- ต่อท่าน - มาเป็นกลุ่ม 6 ท่านขึ้นไป ลดเหลือ ท่านละ 750.- (เก็บค่ามัดจำ 50%) พร้อมให้บริการทุกวันเสาร์ เวลา 17.00 – 21.00 น. ราคานี้รวมเครื่องดื่มน้ำอัดลม น้ำเปล่า น้ำผลไม้ ชาและกาแฟ 💥เงื่อนไข - Voucher สมนาคุณ สามารถนำมาใช้ได้ตามปกติ - ห้องอาหารขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่ามัดจำครึ่งราคาสำหรับลูกค้ากลุ่ม ตั้งแต่ 6 ท่านขึ้นไป (ยกเว้นเด็กสูงไม่ถึง 120 ซม.) - ราคาเด็ก: สูงถึง 80 ซม. ฟรี, สูง 80-120 ซม. คิดครึ่งราคาของผู้ใหญ่, สูงมากกว่า 120 ซม. คิดราคาผู้ใหญ่ - เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โปรโมชั่น และราคา โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า 💥รบกวนสำรองที่นั่งล่วงหน้านะคะ และขอแจ้งให้ทราบว่า ทางโรงแรมจะโทรกลับไปขอให้ยืนยันบุ้คกิ้งอีกครั้ง ในวันที่ลูกค้าจองเพื่อมาทาน หากไม่สามารถติดต่อได้ภายใน 15 นาทีนับจากเวลาที่บุ้คกิ้งไว้ เราขอสงวนสิทธิ์เลื่อนบุ้คกิ้งให้ waiting list คิวถัดไป ห้องอาหาร S Café โรงแรม S31 Sukhumvit ขอขอบคุณทุกคำติชม ทุกคอมเมนต์ และทุกกำลังใจ, เราพร้อมเปิดใจรับฟังและหมั่นปรับปรุงเพื่อลูกค้าที่น่ารักทุกท่านค่ะ ติดต่อสอบถามข้อมูล, ขอดูเมนู หรือสำรองที่นั่งได้ที่ 📲 : 061-145-9601 เวลาให้บริการทางโทรศัพท์ 8.00 - 20.00 น. 🖥 : https://www.facebook.com/S31SukhumvitHotel/ #บุฟเฟ่ต์ไม่จำกัดเวลา, #บุฟเฟ่ต์สู้ภัยโควิด #เที่ยวเมืองไทย การ์ดไม่ตก, #Good food NO MSG, SHA #0123
    1
    2 ความคิดเห็น 0 เเชร์
  • ไปไหนอะ ตุ๊ด?💋 #พระนครศรีอยุธยา

    บ้านลุงเก่ง cafe & restaurant🌾
    อาหารจัดจ้าน จิบกาแฟริมทุ่ง เปิดใหม่🥳

    คาเฟ่ ร้านอาหาร สไตล์บ้านทุ่ง วิวธรรมชาติ
    บนพื้นที่ริมทุ่งนา แบบฉบับเศรษฐกิจพอเพียง
    ยามเย็นเห็นพระอาทิตย์ตกดิน ฟินแบบสุดๆ

    ที่ว้าวกว่าวิว ก็ราคา เครื่องดื่ม และอาหาร
    รสชาติจัดจ้าน ไม่ทานเผ็ด ยกมือบอกก่อน
    ได้เลย แซ่บสะดุ้งมาก🌶️
    กุ้งแม่น้ำเผา ไก่อบชานอ้อย เมนูตำ ยำ
    สุดจริงต้องมาลองค่ะซิส เล่าไม่ไหว🤤

    นั่งเพลินๆยามบ่ายแก่ๆ ลมเย็นๆ วิวนาสวยๆ
    มีรถไฟวิ่งผ่าน มีเรือพายให้ลงเล่น
    พร๊อพพร้อมขนาดนี้ มากันค่ะซิส🌾

    ราคาอาหาร ลงให้ในรูปภาพแล้วน๊า
    เดินทางสะดวก บางปะอิน สายใน เลยตลาด
    โก้งโค้ง ไปนิดนึง ถัดจากปั๊มบางจาก ไป300เมตร
    ร้านหยุดทุกวันจันทร์
    เปิด 10:00น-21:00น🚩
    Tel : 090-912-6788

    Facebook 👇👇👇
    https://www.facebook.com/%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%87Cafe-103832801711647/

    #ถ่ายรูป #Travel #Blogger #Thailand
    #ไปไหนอะตุ๊ด? #ที่พักสวย #คาเฟ่สวย
    #cafe #อาหารอร่อย #วิวดี #OneDayTrip
    #เที่ยวใกล้กรุง #วันหยุดเที่ยวไหนดี
    #การเดินทางครั้งใหม่ #พระนครศรีอยุธยา
    #บ้านลุ่งเก่งcafe
    ไปไหนอะ ตุ๊ด?💋 #พระนครศรีอยุธยา บ้านลุงเก่ง cafe & restaurant🌾 อาหารจัดจ้าน จิบกาแฟริมทุ่ง เปิดใหม่🥳 คาเฟ่ ร้านอาหาร สไตล์บ้านทุ่ง วิวธรรมชาติ บนพื้นที่ริมทุ่งนา แบบฉบับเศรษฐกิจพอเพียง ยามเย็นเห็นพระอาทิตย์ตกดิน ฟินแบบสุดๆ ที่ว้าวกว่าวิว ก็ราคา เครื่องดื่ม และอาหาร รสชาติจัดจ้าน ไม่ทานเผ็ด ยกมือบอกก่อน ได้เลย แซ่บสะดุ้งมาก🌶️ กุ้งแม่น้ำเผา ไก่อบชานอ้อย เมนูตำ ยำ สุดจริงต้องมาลองค่ะซิส เล่าไม่ไหว🤤 นั่งเพลินๆยามบ่ายแก่ๆ ลมเย็นๆ วิวนาสวยๆ มีรถไฟวิ่งผ่าน มีเรือพายให้ลงเล่น พร๊อพพร้อมขนาดนี้ มากันค่ะซิส🌾 ราคาอาหาร ลงให้ในรูปภาพแล้วน๊า เดินทางสะดวก บางปะอิน สายใน เลยตลาด โก้งโค้ง ไปนิดนึง ถัดจากปั๊มบางจาก ไป300เมตร ร้านหยุดทุกวันจันทร์ เปิด 10:00น-21:00น🚩 Tel : 090-912-6788 Facebook 👇👇👇 https://www.facebook.com/%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%87Cafe-103832801711647/ #ถ่ายรูป #Travel #Blogger #Thailand #ไปไหนอะตุ๊ด? #ที่พักสวย #คาเฟ่สวย #cafe #อาหารอร่อย #วิวดี #OneDayTrip #เที่ยวใกล้กรุง #วันหยุดเที่ยวไหนดี #การเดินทางครั้งใหม่ #พระนครศรีอยุธยา #บ้านลุ่งเก่งcafe
    WWW.FACEBOOK.COM
    บ้านลุงเก่งCafe
    บ้านลุงเก่งCafe, Ban Len. 2,913 likes · 959 talking about this · 1,098 were here. ยินต้อนรับลูกค้าทุกท่าน มาพักผ่อน มานั่งเล่น ไม่สั่งอาหาร ก็ นั่งได้ นะครับ ยินดีต้อนรับ
    0 ความคิดเห็น 0 เเชร์
  • ภัยสังคมแบบนี้ต้องขยาย เพื่อให้เพื่อนๆจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อคนพวกนี้ต่อไป ช่วยๆกันครับสังคมไทยจะได้ดีขึ้น

    #
    ฝากแชร์ต่อๆกันเยอะนะคะ ผรม.สองผัวเมียคือบุคคลอันตราย ทำงานกันเป็นอาชีพ ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ท้าท้ายยว่าไม่มีใครสามารถทำไรมันได้

    #. ทำทีเป็นผุ้รับเหมาสามารถงานได้ทุกอย่างตามที่เจ้าบ้านต้องการทำสัญญาเรียบร้อยเบิกงานจนครบ100เปอร์เซ็นมีกลยุทธในการพูดจาหวาดล้อม แต่สุดท้ายก็ทิ้งงานไปหน้าตาเฉย บางสถานที่ทิ้งคนงานไม่จ่ายตัง และแถมบ้านที่ทำไว้ยังไม่สามารถอยู่ได้ ตอนนี้มีผู้เสียหายจากสองผัวเมียนี้ 20+รายอัพแล้วคะ 🙏🙏🙏
    ภัยสังคมแบบนี้ต้องขยาย เพื่อให้เพื่อนๆจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อคนพวกนี้ต่อไป ช่วยๆกันครับสังคมไทยจะได้ดีขึ้น # ฝากแชร์ต่อๆกันเยอะนะคะ ผรม.สองผัวเมียคือบุคคลอันตราย ทำงานกันเป็นอาชีพ ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ท้าท้ายยว่าไม่มีใครสามารถทำไรมันได้ #. ทำทีเป็นผุ้รับเหมาสามารถงานได้ทุกอย่างตามที่เจ้าบ้านต้องการทำสัญญาเรียบร้อยเบิกงานจนครบ100เปอร์เซ็นมีกลยุทธในการพูดจาหวาดล้อม แต่สุดท้ายก็ทิ้งงานไปหน้าตาเฉย บางสถานที่ทิ้งคนงานไม่จ่ายตัง และแถมบ้านที่ทำไว้ยังไม่สามารถอยู่ได้ ตอนนี้มีผู้เสียหายจากสองผัวเมียนี้ 20+รายอัพแล้วคะ 🙏🙏🙏
    0 ความคิดเห็น 0 เเชร์
  • ขอแจ้งเตือน!! พี่น้องที่จะเผาตอซังข้าวนะครับ เมื่อคืนใครเผาตอซังข้าวผมก็ไม่ทราบ มันลามมาจวนจะถึงบ้านผม ไฟแรงมาก ผมก็ได้แต่นั่งภาวนา อย่าได้ลามมาถึงบ้านผมเลย โชคยังเข้าข้างที่ไฟลามมาไม่ถึง แต่หมาผมนี่สิ เมื่อคืนก็นอนอยู่หน้าบ้านนั่นแหละ ประมาณตี3 ผมมาเข้าห้องน้ำก็ยังเห็นนอนอยู่ที่เดิม แต่พอตอนเช้า6โมง ผมตื่นมากลับไม่เห็นก็เลยตามหา กว่าผมจะเจอมันก็สายไปเสียแล้ว😭😭😭 นี่คือผลกระทบที่คุณได้ทำไว้ คุณดูผลงานคุณสิ หมาผมกลิ้งเอาขี้เถ้าเปียกน้ำค้างมาเต็มตัว นี่ผมต้องเหนื่อยอาบน้ำให้มันแต่เช้าเลย..เวรแท้ๆ😓😓😓
    ขอแจ้งเตือน!! พี่น้องที่จะเผาตอซังข้าวนะครับ เมื่อคืนใครเผาตอซังข้าวผมก็ไม่ทราบ มันลามมาจวนจะถึงบ้านผม ไฟแรงมาก ผมก็ได้แต่นั่งภาวนา อย่าได้ลามมาถึงบ้านผมเลย โชคยังเข้าข้างที่ไฟลามมาไม่ถึง แต่หมาผมนี่สิ เมื่อคืนก็นอนอยู่หน้าบ้านนั่นแหละ ประมาณตี3 ผมมาเข้าห้องน้ำก็ยังเห็นนอนอยู่ที่เดิม แต่พอตอนเช้า6โมง ผมตื่นมากลับไม่เห็นก็เลยตามหา กว่าผมจะเจอมันก็สายไปเสียแล้ว😭😭😭 นี่คือผลกระทบที่คุณได้ทำไว้ คุณดูผลงานคุณสิ หมาผมกลิ้งเอาขี้เถ้าเปียกน้ำค้างมาเต็มตัว นี่ผมต้องเหนื่อยอาบน้ำให้มันแต่เช้าเลย..เวรแท้ๆ😓😓😓
    0 ความคิดเห็น 0 เเชร์
ไม่มีข้อมูลที่จะแสดง
ไม่มีข้อมูลที่จะแสดง
ไม่มีข้อมูลที่จะแสดง
ไม่มีข้อมูลที่จะแสดง