How to ย้ายมาอยู่ #ทีมออสเตรเลีย
ฉบับออกสตาร์ทด้วยตัวเองด้วยงบ 84K
.
ในส่วนของโพสต์นี้จะเป็นการให้ข้อมูลการโยกย้าย ฉบับออกสตาร์ทก่อนหาแนวทางขยับขยาย สำหรับคนฐานะกลางๆ พอมีงบ ผลการเรียนกลางๆ ภาษากลางๆ ไม่เก่งมากแต่ไม่แย่ โดยอิงจากประสบการณ์ส่วนตัวที่ตอนนี้อยู่ที่ซิดนีย์ ออสเตรเลียเข้าปีที่ 3 ไปหมาดๆ เรามาที่นี่ด้วย Working Holiday Visa เมื่อปี 2018 ค่ะ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่มาอยู่ที่นี่ตั้งแต่ต้น เราไม่เคยขอเงินทางบ้านเพื่อมาเป็นค่าใช้จ่ายในการอยู่กินของที่นี่เลย จะมีแค่ช่วงแรกๆ ที่หยิบยืมมาจ่ายค่าวีซ่าบ้างแต่ก็คืนไปหมดแล้ว เราใช้โควต้าจากวีซ่านี้อยู่ที่นี่ 2 ปี เพิ่งเปลี่ยนเป็นวีซ่านักเรียนเมื่อปีก่อนค่ะ ปัจจุบันก็เลยทำงานด้วยเรียนด้วย เพราะอยู่ด้วย Student Visa โดยมีแพลนจะย้ายไป Regional areas เพื่อขอ PR จาก Skilled Occupation ที่ทางรัฐบาลออสเตรเลียเปิดรับหลังจากเก็บเงินได้จำนวนหนึ่งก่อนค่ะ
.
Working Holiday คือวีซ่าที่ให้เราเข้าไปทำงาน ไปเรียนระยะสั้นๆ และท่องเที่ยวที่ออสเตรเลียในระยะเวลาหนึ่งปี แต่ถ้าหากอยากต่อปีที่ 2 ต้องไปทำงานในเขต Regional areas สามเดือน ก็คือไกลความเป็นเมือง อารมณ์บ้านนอกต่างจังหวัด ซึ่งทางรัฐบาลออสเตรเลียจะระบุเอาไว้ เป็นงาน hospitality หรือฟาร์มก็ได้ และหากอยากต่อปีที่ 3 ต้องทำงานฟาร์ม 6 เดือนค่ะ ตลอดระยะเวลาที่เราถือวีซ่านี้เราสามารถทำงานกี่ชั่วโมงก็ได้ไม่อั้นทำไปเลย แต่ไม่สามารถทำกับนายจ้างเดิมได้เกิน 6 เดือน (จริงๆ สามารถต่อได้โดยพิจารณาเป็นเคสตามความจำเป็นไป) ข้อเสียคือจ่ายภาษีแพง 15% ตั้งแต่ดอลแรกที่ได้โดยเคลมคืนทีหลังไม่ได้
ต้นทุน (จ่ายจริงจ่ายเอง)
- ค่าสอบ ielts : 6,900 บาท
- ค่าวีซ่า : 12,000 บาท
- ค่าธรรมเนียมและทำไบโอเมตทริกซ์: 883 บาท
- ค่าตรวจสุขภาพ : 2,500 บาท
- ทุนตั้งตัวแรกเริ่มที่ไปถึงแล้ว : 45,000 บาท
- ค่าตั๋วเครื่องบินเที่ยวเดียว : 16,000 บาท
- รวม 83,283 บาท
คุณสมบัติ
- อายุไม่เกิน 30 ปี (แว่วๆ มาว่าจะขยายถึง 35)
- จบปริญญาตรีหรือเทียบเท่า
- ทักษะทางภาษาอังกฤษ ielts ไม่ต่ำกว่า 4.5 (ฟัง พูด อ่าน เขียน)
- เงินในบัญชีของตัวเองไม่น้อยกว่า AUD $5000
.
วางแผนและสำรวจตัวเองก่อนนะคะว่ามีความเป็นไปได้มั้ย พร้อมหรือยัง ถ้าพร้อมแล้วให้ไปสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ เราเลือกสอบ ielts ค่ะ แต่จริงๆ สอบอย่างอื่นได้อย่างเช่น toefl พอสอบแล้วผลออกแล้วก็เตรียมตัวกดโควต้า Working Holiday ทางเว็บไซต์ที่จะเปิดในช่วงมิถุนา-กรกฎาฯ ซึ่งเราสามารถเช็คกับทาง ดย. หรือ กรมกิจการเด็กและเยาวชนค่ะ โดยทางดย.จะเป็นคนออกใบรับรองให้เมื่อเรากดโควต้าได้และยื่นเอกสารครบเรียบร้อย ซึ่งการกดโควต้านั้นว่ายากก็ยาก ง่ายก็ง่าย แล้วแต่ดวง บุญกรรมที่ทำมา และความเร็วอินเตอร์เน็ตของแต่ละคนนะคะ เพราะตอนรุ่นเราเปิดรับไม่ถึง 500 คนค่ะ
.
พอกดโควต้าได้เรียบร้อย ให้ไปทำการยื่นเอกสารขอใบรับรองเพื่อขอวีซ่าตัวนี้กับทางดย. เช่น หลักฐานทางการศึกษา ใบรับรองการทำงาน สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาสูติบัตร สำเนาบัตรประชาชน สำเนาพาสปอร์ต ใบอนุญาตเข้าร่วมโครงการโดยมีลายเซ็นต์ของผู้ปกครองเซ็นต์รับรอง เอกสารสำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ปกครอง เรียงความถึงความสนใจและแพลนที่จะทำระหว่างอยู่ในโครงการนี้ bank statement ที่เป็นบัญชีของเราเองโดยในนั้นต้องมีเงินไม่น้อยกว่า AUD $5000 ประมาณ 125,000-130,000 บาท หรือเอกสารอื่นๆ ที่อาจจะมีปรับเปลี่ยนซึ่งทำการเช็คได้ทางเว็บไซต์ของดย. ค่ะ
เมื่อยื่นเอกสารเสร็จได้ใบรับรองจากทางดย.มาแล้วให้ไปขอวีซ่า โดยทำการพริ้นท์เอกสารยื่นขอวีซ่า 1208 จากทางเว็บไซต์ https://www.homeaffairs.gov.au ที่เราทำการกรอกรายละเอียดเรียบร้อยพร้อมลงลายเซ็นต์ของเราออกมา ตัวเราไปยื่นขอวีซ่าผ่านทาง VFS แถวๆ สถานีบีทีเอสนานา ซึ่งเอกสารขอวีซ่าก็คล้ายๆ กับที่เรายื่นไปกับทางดย. แต่มีเพิ่มเติมคือในตอนนั้นเราให้ปู่เป็นสปอนเซอร์ทางการเงินให้มาใส่ไว้ในบัญชีแล้วโอนคืนทีหลัง ก็คือเงินจำนวน AUD $5000 นี่แหละ ที่เราต้องมาเขียนบรรยายชี้แจงว่าเงินจำนวนนี้มาอยู่ในบัญชีของเราได้ยังไง โดยเราเขียน Sponsor letter แล้วให้ปู่เซ็นต์ พร้อมกับแนบเอกสารชี้แจงหน้าที่การงานจากต้นสังกัดและ bank statement ของปู่ไปด้วย (ปู่เราเป็นข้าราชการบำนาญค่ะ) รวมถึง book bank ตัวจริงของเรา และพาสปอร์ตตัวจริง ซึ่งเอกสารทุกอย่างต้องแปลและเขียนเป็นภาษาอังกฤษ เราทำเองทุกอย่างไม่ได้จ้างใครก็เลยไม่ได้เสียเงินกับส่วนนี้แต่อย่างใด ตัวอย่างการแปลเอกสารและจดหมายต่างๆ เราค้นหาจาก Google ค่ะ มีให้ดูเป็นแนวทางเยอะมาก พอยื่นเอกสารขอวีซ่าเรียบร้อยก็จะมีอีเมลจากทางสถานทูตให้เราไปตรวจสุขภาพที่ทางสถานทูตรับรองไม่ใช่โรงพยาบาลไหนก็ได้นะคะ ต้องไปเช็คดีๆ ตรวจเสร็จทางโรงพยาบาลก็จะส่งผลตรวจไปให้ทางสถานทูตเอง เราก็แค่รอผล ตัวเรารอประมาณ 2-3 อาทิตย์ค่ะ พอผลออกว่าผ่าน Granted เรียบร้อยก็เสร็จ เตรียมตัวกดตั๋วเครื่องบินมาอยู่ทีมเดียวกันได้เลยจ้า
.
สำหรับคนที่สนใจมาที่ซิดนีย์เหมือนเรา เราหาบ้านหางานทาง natui.com.au / กลุ่ม บ้านคนไทยในซิดนีย์ / gumtree.com / เว็บ flatemates.com.au / กลุ่มจาก Thaiwahclub ส่วนช่องทางหางานเพิ่มเติมเราหาจาก indeed.com กับ jora local และทริกนะคะ สำหรับคนที่ไม่ได้ซีเรียสว่าต้องทำงานออฟฟิศ ทำงานตามสายที่จบมาตั้งแต่มาถึงเลย อย่างเราเลือกทำสาย hospitality เก็บเงินก่อนค่อยไปขยับขยายทีหลัง งาน hospitality ก็คือสายงานบริการต่างๆ ของเราตอนนี้ก็ทำคาเฟ่กับบาร์ร้านอาหารอยู่ ถ้าอยากทำสายนี้ มาถึงแล้วอยากได้งานเร็วๆ ให้มาช่วง Spring Summer ที่จะเริ่มประมาณ ปลายๆ ตุลาคม เป็นต้นไป เพราะคนที่นี่จอยกับอากาศอุ่นๆ มากค่ะ ห้างร้านคาเฟ่จะคึกคักมาก เลยมีความต้องการแรงงานค่อนข้างสูงกว่าช่วงอื่นๆ
และถ้าแพลนจะต่อวีซ่านี้ปีที่ 2 หรือ 3 ตัวเราต่อปีที่ 2 เลยไปทำงานฟาร์มที่รัฐ Queensland มาค่ะ จากประสบการณ์ให้ไปทำงานตามฤดูกาลเก็บเกี่ยว อย่างเราไปตัดองุ่น ก็จะเริ่มกันตั้งแต่ประมาณพฤศจิกายน-มกราคม และมีอีกรอบที่รัฐ Victoria ช่วงเดือนพฤษภาคมเป็นต้นไปค่ะ
.
ใครสนใจข้อมูลของโครงการนี้เพิ่มเติมมีเพจและเว็บไซต์ของ thaiwahclub.com ให้ศึกษาข้อมูลอยู่ค่ะ สำหรับเรื่อง PR วีซ่าจาก Skilled Occupation ใน Regional areas ให้ศึกษาและติดตามได้กับทางรัฐบาลออสเตรเลีย ทาง https://immi.homeaffairs.gov.au/.../regional.../occupations ค่ะ ส่วนตัวยังอยู่ในช่วงเก็บเงินทำทุนอยู่แต่แพลนไว้บ้างแล้วว่าจะไป South Australia เพราะมี Skilled Occupation สาย Art and Creative ที่เราสนใจให้ขอ PR ได้โดยใช้เวลาสะสมแต้มน้อยกว่า 5 ปีก็ขอได้แล้ว
.
สุดท้าย ตรวจสอบความพร้อมก่อนออกสตาร์ทแล้วมาอยู่ #ทีมออสเตรเลีย ประเทศที่มีเมืองสวยๆ ผู้คนค่อนข้างน่ารัก friendly ตั้งแต่อยู่มาไม่เคยเจอใครมาเหยียดเชื้อชาติหรืออะไรเลย มีคาเฟ่ให้ไป hopping ทุกซอกทุกมุม ระบบขนส่งสาธารณะแสนสะดวกสบาย ธรรมชาติสุดจะอลังการ และค่ะ ค่าแรงขั้นต่ำเริ่มที่ $19.80/ชั่วโมง ตีเป็นเงินไทยยังมากกว่าทำงานที่ไทยทั้งวันเลย โถ
แต่แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะออกสตาร์ทด้วยทางเรียบๆ อย่างเราก็ลำบากบ้างแฮปปี้บ้างปนๆ กันไป ให้เตรียมใจไว้บ้างอย่าฝันเยอะ 5555555 แต่พออะไรเข้าที่เข้าทางแล้วก็ลุยโลด ล่าสุดแม่ที่ไม่อยากให้มาในตอนแรก บอกว่าไม่ต้องกลับมาแล้วค่ะ แง
WWW.HOMEAFFAIRS.GOV.AU
Department of Home Affairs
Home Affairs brings together Australia's federal law enforcement, national and transport security, criminal justice, emergency management, multicultural affairs, settlement services and immigration and border-related functions, working together to keep
0 ความคิดเห็น 0 เเชร์