#ทีมอังกฤษ 🇬🇧
สวัสดีทุกคนค่าาา 🙏
เข้าเรื่องเลยละกัน อะ.. ตอนนี้เราอยู่อังกฤษด้วยวีซ่าพาร์ทเนอร์แบบไม่แต่งงาน (ได้มา 2 ปีครึ่ง ต้องต่ออีก 2 ปีครึ่ง ในปี2023)
ไล่ไทม์ไลน์ก่อน
2017: มาเรียนต่อ MBA ที่ Northampton Uni เป็นคอร์สเรียนแบบควบ placement เลยได้วีซ่ามาสองปีครอบระยะเวลาเรียน ก้เรียนไปแหละ หนักอยู่5555 เกือบเป็นบ้าแหนะ55555
ละช่วงนั้น tinder มันกำลังดังใช่มะ ก็เอามั่ง555555 บวกกับความคิดที่อยากย้ายประเทศที่มีมาตั้งนานแล้วตั้งแต่เด็กๆเลย สไลด์ไปสไลด์มามาเจอแฟนคนนี้ปัจจุบันที่คบอยู่ หลังจากนั้นก็เรียนไปเรื่อยๆ พอมาถึงช่วง..
2018-2019: มันต้องหา placement ใช่มะ ก้โชคดีอีก ได้เจ้านายเก่ายื่นมือมาช่วย ก้เลยได้ที่ฝึกงาน (ตอนนี้ย้ายมาอยู่บ้านพ่อแม่แฟนแล้วนะ สัญญาหอหมดช่วง 2017-2018) ทำอยู่3-4เดือน(มั๊งนะ) ก้ย้ายงาน อันนี้ทำ full-time ละ แต่ช่วงนั้นทำก้ทำ dissertation ด้วยนะ บวกกับทำงาน ก้เหนื่อยมากกกกกก แต่ก้เอาวะ เพื่ออนาคต! ตอนนั้นยังใช้วีซ่านักเรียนอยู่แต่ก้ทำเรื่องกัยที่มหาลัยด้วยจะได้ไม่มีปัญหา พอทำได้เกือบปี วีซ่าจะหมด! ทางที่บ.นี้เขามี sponsorship licence ด้วย แต่บังเอิญญญญ มันมีดราม่านิดหน่อยก้เลยไม่ได้ทำต่อ ยื่นซองขาวไป เรียบร้อย บายยย 🖐 ในช่วงปีสองปีนี้คือติดต่อกับทนายด้วยนะ ให้เค้าช่วยเรื่องวีซ่า จ่ายแพงหน่อยแต่ชัวร์ป้าป
2020-2021: อะ ว่างงานละ ช่วงมกราคม ทำไงอะ วีซ่าก้กำลังดำเนินการ ก้อยู่บ้าน หางานไปเรื่อยๆ แต่ก้ยังสมัครไม่ได้นะ เพราะด้วยเรื่องของวีซ่า พอมาเดือนมีนา #โควิด มาาาาา!! แต่ครั้งนี้โควิดช่วยชีวิต เพราะมันยืดระยะเวลาของช่วงการตัดสินใจจาก Home Office ทำให้วีซ่ามันเกนไปทาง successful case เพราะก่อนหน้านี้มันมีบางข้อที่มันไม่เข้าข่ายการอนุมัติ100% เลยโชคดีมากๆในข้อนี้ แต่ในช่วงนี้ก้ทำ #freelance ไปด้วยนะ ให้มันมีรายได้เข้ามาบ้างนิดๆหน่อยๆ ก้โชคดีอี้ก! ทางบ้านมี connection เลยได้ทำนู่นนี่ประปรายไปเรื่อยๆช่วงรอวีซ่าพอไดวีซ่าช่วงกลางๆปี มิย.- สค. น่าจะช่วงนี้ก้เริ่มหางานแบบหนักหน่วง 9am 5pm ทำแบบ full-time ไปเลย ซึ่งมันต้องทำแบบนี่จริงๆ
ข้อ 1) ติด #โควิด งานหายาก คนตกงานเยอะ
ข้อ 2) เราต้องขยันกว่าคนที่นี่ เพราะภาษาอังงกฤษไม่ใช่ภาษาแม่
ข้อ 3) มันยากอยู่แล้ว หางาน
ตอนนั้นเครียดนะ กลัวหางานไม่ได้ ก้สมัครไปเยอะมากกกกกกก มีผลตอบรับทั้งดีและไม่ดี ที่ดีคือได้ไปสัมภาษณ์ ที่ไม่ดีคือไม่ผ่านรอบคัดกรองหรือตกสัมภาษณ์รอบสุดท้าย บลาๆ ตอนหางานเรารีเสิชเยอะมากกกก ยิ่งตอนรู้ว่าได้คิวสัมภาษณ์คืออ่านทั้งวันเกี่ยวกับบริษัทบวกกับซ้อมสัมภาษณ์ด้วย ก้เสียใจไปหลายรอบเวลาเค้าบอกว่า "unfortunately, there's another candidate that fits in the role more than you do" ก้เอาประสบการณ์กับ feedback ตรงนั้นมาปรับเพื่อรอบต่อๆไป จนสุดท้ายมาได้งานที่บ.นึง ซึ่งเราชอบตั้งแต่แรกมากกกกกกกกกก สัมภาษณ์ดี บรรยากาศในออฟฟิศ ผู้คน ดีไปหมด หลังสัมภาษณ์เสร็จ วันนั้นเลย เค้าโทรมาบอกว่าได้งานแล้วนะ! เริ่มได้เมื่อไหร่ ดีใจมากตอนนั้น กระโดดรอบบ้านเลย ก้ตกลงเซ็นสัญญากันไป งานนี้เรายังทำอยู่ ณ ปัจจุบัน และในอนาคต555555 ตอนนี้ทำ digital marketing ซึ่งแฮปปี้ดีมากกกก
ที่มาเขียนแชร์ตรงนี้เผื่อเป็นเกล็ดเล็กๆน้อยๆหรือกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังโยกย้ายส่ายสะโพกสู้ๆ มันยาก แต่ไม่ยากเกินความสามารถแน่ๆ อีกอย่างมองกลับไป เรารู้สึกว่าเราโชคดีมากๆในหลายๆแง่มุม ที่ได้ทางบ้านที่ไทยคอยซัพพอร์ทช่วยเหลือตลอด เรามายืนตรงนี่ไม่ได้เลยถ้าไม่ได้พ่อกับแม่เรา บวกกับตลอดทางที่มีคนยื่นมือมาช่วย ได้เจอคนดีๆผ่านเข้ามา ทำให้เราโตขึ้นด้วย ที่สำคัญคือเราได้ที่บ้านแฟนและตัวแฟนเอง คอยสนับสนุนในหลายๆอย่างที่เราทำ แต่ท้ายที่สุดแล้วมันจะเป็นไปไม่ได้เลยถ้าเราไม่พยายาม.. เนอะ 🙂
ถ้าใครอยาก dm มาถามหรือทักทายเรา #ทีมอังกฤษ ยินดีนะฮ้าาาา
แต่ตอนนี้คิดถึงที่ไทยและที่บ้านมากกกกก งือออออ