เห็นหลายคนอาจจะกลุ้มใจถ้ามีโรคประจำตัว หรือลูกป่วย กลัวค่ารักษาแพง..ฝั่งสแกนดิกพร้อมดูแลมากค่ะ ขอแค่เข้ามาถูกต้องอยู่แบบ Resident เขาพร้อมมอบสวัสดิการรักษาพยาบาลให้ฟรีๆ ทุกโรค ไม่จำเป็นต้องมีประกันค่ะ 😷😷❤️❤️🇳🇴🇳🇴
สวัสดิการผู้พิการและผู้ป่วยในนอร์เวย์..😇😇
ตอนที่ 1
นอร์เวย์ถือว่าเป็นรัฐสวัสดิการที่ดีมากๆ น่าจะอันดับหนึ่งของโลกค่ะ..เดี๋ยวอวยแบบไส้แตกให้ฟัง 🤗🤗
แต่จะอวยยังไงก็อวยไม่หมดหรอก..เพราะระบบเขาครอบคลุมมากๆ วันนี้จะอวยพอเป็นพิธีให้ฟัง😍😍
ระบบสวัสดิการที่ยืนบนพื้นฐานของความเท่าเทียมตามกฏหมายรัฐธรรมนูญของประเทศ ยืนพื้นเลยคือ “ ทุกคนต้องมีความเท่าเทียมและสิทธิเสรีภาพ”
ดังนั้นรัฐบาลจึงมีหน้าที่จัดหา จัดสรร ทรัพยากรที่มีอยู่ ลงไปดูแลให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มอ่อนไหว ❤️❤️
แต่ก่อนเราอาจจะไม่ชินกับการได้รับความช่วยเหลือ..เพราะบ้านเราที่ไทย ฝึกให้เราแกร่ง ให้ช่วยเหลือตัวเองมากๆ 😅😅 มันก็ข้อดีอย่างหนึ่งนะ..แต่ต่างกันลิบลับกับที่นอร์เวย์..ที่นี่รัฐบาลเขาจะรับผิดชอบช่วยเหลือหมดถ้าเราเดือดร้อน..
ตอนแรกเราก็ไม่รู้หรอกว่าระบบเป็นยังไง 😫😫 เพราะไม่เคยชิน เพราะทำงานเสียภาษีเอง ใช้ชีวิตตัวเองไป..จนกระทั่งวันที่โชคร้ายที่สุด นั่นคือเรารับรู้ว่าลูกป่วยและพิการ ต้องเข้าออกรักษาโรงพยาบาลตั้งแต่คลอดเลย 😢😢 มันทำให้ชีวิตเรายุ่งยากลำบากมากๆในช่วงแรก เพราะเราไม่รู้เรื่องอะไรเลย
จากที่เคยคิดว่าชีวิตนี้สมบูรณ์แบบ แต่มันก็ไม่ได้ดั่งหวัง ชีวิตที่เคยเรียบง่าย เส้นทางโรยด้วยกลีบกุหลาบ ก็ฟ้าถล่มทันทีค่ะ...ลูกป่วยในต่างแดนไม่ง่ายเลยจริงๆ ไม่มีญาติ พ่อแม่ก็อยู่ไกล ไม่สามารถบอกอะไรได้ กลัวทุกคนห่วงเป็นกังวล..
หลังจากคลอดได้เพียงแค่ 1 วัน...แทนที่จะเป็นวันที่เราจะได้เล่นกับลูก..เราก็ถูกส่งต่อไปอีกโรงพยาบาลที่ใหญ่กว่าโดยเครื่องบินฉุกเฉิน บินไฟท์ส่วนตัว..ในเครื่องบินนั้นระบบพร้อมมาก เครื่องมือทางการแพทย์พร้อมสุดๆ เราเดินทางมีกัปตัน2 คน พยาบาล4 คนหมอใหญ่ 1 คน และเราที่บินติดตามลูกไป..😞😞 ทุกอย่างฟรี โดยเขาไม่ได้สนใจว่าค่าเครื่องจะเท่าไหร่..เขาสนแค่ว่าต้องช่วยเหลือเด็กคนหนึ่งเท่านั้นเองค่ะ ทั้งที่เขาไม่รู้เลยว่าเด็กจะรอดไหม แต่เขาก็ทำอย่างเต็มที่อย่างที่สุด ❤️❤️
เราไม่รู้หรอกว่ามันมีระบบแบบนี้..เราและลูกถูกส่งตัวไปแผนกปลอดเชื้อ เจ้าหน้าที่ระมัดระวังมาก..เพื่อตรวจสรุปภาพร่างกาย เชคทุกอย่าง❤️❤️ เราได้แต่เป็นห่วง และกังวลในใจ สุขภาพเราตอนนั้นมันอ่อนแอแหละ..แต่หมอก็สั่งให้พยาบาลเชี่ยวชาญจิตเวชประกบเราเลยค่ะไม่ห่าง อธิบายให้เราฟังทุกอย่าง ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างตามขั้นตอนต่างๆ..เพื่อไม่ให้เราเครียด ให้กำลังใจเรา..จนพ่อของลูกชายบินตามมา(เพราะเครื่องบินฉุกเฉินเขาให้ญาติติดตามได้ 1 คน)
หลังจากนั้น..หมอก็ให้เราและลูกเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลค่ะ..ห้องรักษาตัวนั้น เรียกได้ว่าเหมือนห้องผู้ป่วยพิเศษแบบเตียงเดียว เขาจัดส่งพยาบาลมาดูแลเราเรื่อยๆ..ให้เรารู้สึกว่าปลอดภัย จัดหาอาหารฟรีให้ทุกอย่าง อุปกรณ์อะไรสำหรับเด็กมีให้หมดค่ะ เรียกได้ว่าไม่ต้องเตรียมตัวอะไรไป ขาดอะไรก็แค่บอกพยาบาล..เขาคอยเข้ามาคุย มาปลอบ มาอธิบายอะไรต่างๆให้เรารู้เสมอๆค่ะ บางครั้งอาจจะเป็นคำถามเดิมๆ เหมือนไร้สาระ ☺️☺️ แต่รับรู้ได้เลยว่าเขาพยายามเป็นเพื่อนกับเรา ให้เราอุ่นใจ❤️❤️ ทุกคนเห็นใจและเข้ามาปลอบเราตลอด..หลายคนแบ่งปันประสบการณ์ของตัวเองให้ฟัง ว่าฉันก็เคยผ่านมา ☺️☺️ มันทำให้เรารู้ว่า เราไม่ได้เผชิญปัญหานี้ตัวคนเดียวในโลก❤️❤️
เนื่องจากลูกชายป่วยหลายโรค สุขภาพอ่อนแอมาก แต่ดีอย่างเราก็ยังสามารถอยู่ห้องเดียวกันได้..เราก็มีหน้าที่ปั้มนมให้ลูก และป้อนนมลูกแค่นั้นค่ะ..ที่เหลือเขามาจัดการให้หมด..เอาจริงๆ พยาบาลทำหน้าที่หลายอย่างมาก ทำความสะอาดเช็ดถู อาบน้ำเด็ก คอยให้ความรู้เราเป็นอย่างดีตลอดระยะเวลาที่เรากับลูกพักรักษาตัว..เรารับรู้เลยค่ะ ว่าเขามีความเห็นอกเห็นใจเราอย่างมาก.. ❤️❤️ เขาไม่ใช่แค่เดินเข้ามาส่งของแล้วก็ไป เขาเข้ามาเรื่อยๆ และคอยถามเราเสมอๆ 🥰🥰 ไม่มีความรู้สึกไหนเลยค่ะที่ทำให้เรากังวลใจ หรือเจ็บปวด..เราเริ่มผ่านมันมาได้ เพราะพวกเขา..เราเริ่มเข้าใจและทำใจค่ะ ว่าเราต้องสู้กับมันนะ..แพ้ไม่ได้..และเริ่มตั้งสติได้ เราเริ่มแข็งแรงขึ้น..ตั้งแต่นั้นมา เรารู้สึกว่าเราอยากช่วยคนอื่นต่อ เลยไปพยายามหาทางเข้าเรียนพยาบาลที่นอร์เวย์อีกใบ..เพื่อที่เราจะได้ช่วยคน แบบที่พยาบาลเหล่านี้ทำ ☺️☺️และเราก็ทำได้..เดี๋ยวเอามาเล่าต่อค่ะ
ข้อสำคัญของการเป็นพยาบาลที่นี่ ไม่ใช่แค่เรียนเก่งนะ..เรื่องเรียนอาจจะเป็นเรื่องรองด้วยซ้ำไปค่ะ พยาบาลหลายๆคน ขนาดประจำโรงพยาบาลใหญ่ๆก็ไม่ได้เก่งอะไรมากมายนะคะ..แต่เขาเหล่านั้นมีจิตกุศล อยากช่วยเหลือ เห็นอกเห็นใจคนป่วย..นั่นคือคุณสมบัติของคนที่ทำงานด้านสุขภาพที่นี่..
เขาไม่ได้อยากเป็นหมอ เพราะอยากรวย หรือมีงานที่มั่นคงทำ แต่เขาอยากเป็นหมอเพื่อช่วยเหลือคนจริงๆ หมอ พยาบาลที่นี่จะถูกปลูกฝังมากๆค่ะ...ดังนั้นไม่แปลกเลย ที่หมอที่นี่จะเปิดกูเกิ้ลหาโรคหรือหนังสือต่อหน้าเรา เพราะที่นี่เขาไม่ได้เน้นว่าจะต้องจำได้ทั้งหมด..แต่หมอประจำตัวเรามีหน้าที่ดูแล และส่งรักษาต่อไปยังผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นค่ะ..😷😷 มันก็เป็นจุดเสียแหละ เพราะบางคนต้องรอคิวนาน..แต่ส่วนตัวคิดว่า รับได้ค่ะ เพราะถ้าฉุกเฉินจริงๆ ก็ได้รับการรักษา..ถ้าไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที ก็ฟ้องหมอได้ เรียกร้องขอชดเชยได้ค่ะ ซึ่งที่นอร์เวย์มีระบบที่ดีมากๆให้ผู้ป่วยร้องเรียนหมอ ดังนั้นหมอจะไม่ทำอะไรเกินหน้าที่ และมัดระวังในการจ่ายยา หรือการเข้าร่วมการคอรัปชั่นอะไรสักอย่าง..เพราะถ้ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นมาหมอก็ลำบากเช่นกัน 😢😢
มาถึงตรงนี้เลยทำให้ไม่ค่อยมีใครอยากเป็นหมอที่นี่ค่ะ เพราะความรับผิดชอบสูงมากจริงๆ ระบบการช่วยเหลือสวัสดิการทุกอย่างหมอต้องเซนต์เอกสาร เพื่อขอความช่วยเหลือให้กับคนป่วย..ดังนั้นเงินเดือนหมอก็จะสูงมากเช่นกันเพราะความรับผิดชอบที่มีมากและป้องกันการคอรัปชั่นด้วยค่ะ..❤️❤️ ขนาดนั้นนอร์เวย์ก็ไม่มีใครค่อยอยากเรียนหมอเท่าไหร่ เพราะคุณสมบัติสูงจริงๆ 🤗🤗 ส่วนมากเดี๋ยวนี้มีหมอผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศหมอเก่งๆ เข้ามาเยอะมากค่ะ..
เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังในตอนหน้า ว่าเราสองคนแม่ลูกเจอกับอะไรบ้าง หลังจากถูกส่งโรงพยาบาลด่วน ❤️❤️ แต่บอกเลยค่ะ..ในความโชคร้าย ยังเต็มไปด้วยความโชคดีตลอดทางที่มีคนดูแลโอบอุ้มเราสองแม่ลูก..ทำให้ปัญหาความโชคร้ายมันช่วยผ่อนคลาย คลายความทุกข์ไปได้เยอะ เพราะระบบที่ถูกวางไว้ ให้เรารู้สึกไม่โดดเดี่ยวในสังคม..เราไม่ต้องแกร่งมากก็ได้นะ..เราอ่อนแอบ้างก็ได้ นั่นคือสิ่งที่เราเรียนรู้ และพยายามเรียนรู้อยู่กับมัน ❤️❤️☺️☺️ เรารู้เสมอว่าเราจะได้รับความช่วยเหลือ..ดังนั้นเราไม่ต้องแกร่งเสมอไป เพราะมีคนจะคอยช่วยเหลือเรา ปลอบเราเสมอๆ ❤️❤️😷😷